วันอังคารที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2565

ททท. จับมือพันธมิตร 6 สายการบินในประเทศ เดินหน้าสนับสนุนโครงการ “นางฟ้าพาเที่ยวทั่วไทย” ติดปีกเที่ยววิถีใหม่ Amazing ยิ่งกว่าเดิม ลุยส่งเสริมภาพลักษณ์ ปลุกกระแสท่องเที่ยวภายในประเทศ

ททท. จับมือพันธมิตร 6 สายการบินในประเทศ เดินหน้าสนับสนุนโครงการ นางฟ้าพาเที่ยวทั่วไทย” ติดปีกเที่ยววิถีใหม่ Amazing ยิ่งกว่าเดิม ลุยส่งเสริมภาพลักษณ์ ปลุกกระแสท่องเที่ยวภายในประเทศ

                การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ผนึกกำลังธุรกิจท่องเที่ยว พันธมิตร 6 สายการบิน ได้แก่ สายการบินไทยสมายล์ สายการบินนกแอร์ สายการบินไทยแอร์เอเชีย สายการบินไทยเวียตเจ็ทแอร์ สายการบินไทยไลอ้อนแอร์ และสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ร่วมสนับสนุนการจัดโครงการ นางฟ้าพาเที่ยวทั่วไทย”  ติดปีกเที่ยววิถีใหม่ Amazing ยิ่งกว่าเดิม โดยบริษัท ฟายด์ โฟล์ค เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ความร่วมมือของห่วงโซ่อุตสาหกรรมท่องเที่ยว ผ่าน 20 ทีมสายการบินที่จะร่วมสร้างสรรค์ไลฟ์สไตล์การเดินทางและการบริการเหนือระดับ ปลุกกระแสการเดินทางในประเทศมุมมองใหม่ที่ Amazing ยิ่งกว่าเดิม ตามแนวคิด BCG Model

                นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. เผยว่า  ททท. ได้ผนึกกำลังกับกลุ่มธุรกิจการบิน 6 สายการบิน ได้แก่ สายการบินไทยสมายล์ สายการบินนกแอร์ สายการบินไทยแอร์เอเชีย สายการบินไทยเวียตเจ็ทแอร์ สายการบินไทยไลอ้อนแอร์ และสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส และบริษัท ฟายด์ โฟล์ค จำกัด พันธมิตรธุรกิจสร้างสรรค์อุตสาหกรรมท่องเที่ยว จัดทำโครงการ นางฟ้าพาเที่ยวทั่วไทย” ติดปีกเที่ยววิถีใหม่ Amazing ยิ่งกว่าเดิม สะท้อนภาพลักษณ์แห่งความร่วมมือ (Collaboration) แสดงความพร้อมยืนหยัดเคียงข้างและช่วยเหลือผู้ประกอบการ ผู้เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

ทั้งยังสามารถเป็นกระบอกเสียงในการประชาสัมพันธ์และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวออกเดินทางในประเทศแบบวิถีปกติใหม่ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยของสาธารณสุขร่วมส่งมอบความสุขและประสบการณ์ท่องเที่ยวมุมมองใหม่ สอดคล้องกับแคมเปญ เที่ยวเมืองไทย Amazing ยิ่งกว่าเดิม” ที่เน้นเสนอประสบการณ์การท่องเที่ยววิถีปกติใหม่ที่ปลอดภัย ดีต่อใจและดีต่อโลกมากยิ่งกว่าเดิม โดยนำเสนอความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยวในเมืองไทยที่หลากหลายในพื้นที่ 5 ภูมิภาค (Amazing Destinations) ที่จะทำให้เราต้องรักเมืองไทยมากยิ่งขึ้น ใกล้ชิดมิตรภาพและหัวใจคนไทยในพื้นที่ (Amazing People) ไม่ว่าจะเป็นชุมชน ประเพณี วัฒนธรรม ตลอดจนสินค้าและบริการที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น พร้อมเป็นนักท่องเที่ยวหัวใจสีเขียว เดินทางท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ (Responsible Tourism) ดำรงรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้สวยงามและยั่งยืนตลอดไป (Amazing Care) ตามหลัก BCG Model (Bio-Circular-Green Economy : BCG)

                โครงการ นางฟ้าพาเที่ยวทั่วไทย” ติดปีกเที่ยววิถีใหม่ Amazing ยิ่งกว่าเดิม ดำเนินงานระหว่างเดือนเมษายน - มิถุนายน 2565 โดยจะประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์และยกระดับมุมมองการท่องเที่ยวภายในประเทศ ผ่านกลุ่ม Micro Influencer คือบุคลากรพนักงานสายการบินที่มีวิถีการเดินทางในมุมมองที่แตกต่างอย่างสร้างสรรค์ ทั้งในเรื่องของแหล่งท่องเที่ยว มิตรภาพและวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น รวมถึงสามารถถ่ายทอดประสบการณ์ ส่งต่อเรื่องราวการเดินทางท่องเที่ยวไทยแบบ Amazing ยิ่งกว่าเดิม ได้อย่างน่าสนใจและมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจออกเดินทางท่องเที่ยวของกลุ่มเป้าหมาย ควบคู่กับการส่งต่อแนวคิดการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมได้อย่างหลากหลาย กว้างขวางและยั่งยืนยิ่งขึ้นตามแนวคิดเศรษฐกิจใหม่ หรือ BCG Model

ผู้ที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการฯ ต้องเป็นบุคลากร/พนักงานสายการบินในประเทศ แข่งขันในรูปแบบทีม ทีมละไม่เกิน 4 คน โดยอย่างน้อย 1 คนในทีม ต้องคงสถานะพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน/ลูกเรือ และมีจำนวนผู้ติดตามทางโซเชียลมีเดียของสมาชิกในทีมทุกช่องทางรวมกัน ไม่ต่ำกว่ำ 3,000 ผู้ติดตาม/ทีม  ที่สำคัญต้องมีแนวคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีความพร้อมในการส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย ซึ่งจะต้องเข้าร่วมกิจกรรมย่อย Workshop Bootcamp ออกแบบประสบการณ์การท่องเที่ยว ร้อยเรียงนำเสนอ 20 เส้นทางการท่องเที่ยววิถีใหม่ที่ Amazing ยิ่งกว่าเดิม จากนั้นลงพื้นที่เพื่อผลิตเนื้อหาและสื่อประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ผ่านช่องทางสื่อออนไลน์ของตนเอง เพื่อแข่งขันสร้างยอดการรับรู้และยอดขายเส้นทางท่องเที่ยว ชิงรางวัล  2 ประเภท ได้แก่ รางวัล Most Amazing Influencer สุดยอดนางฟ้าพาเที่ยว และ รางวัล Most Amazing Seller นางฟ้ายอดนักขาย มูลค่ารางวัลรวมทั้งสิ้น 400,000 บาท เปิดรับสมัครแล้ว ตั้งแต่วันนี้ - 15 เมษายน 2565 ผ่านเว็บไซต์ www.นางฟ้าพาเที่ยว.com 

            ทั้งนี้ สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของโครงการและรายละเอียดการรับสมัครเพิ่มเติม ได้ทาง www.นางฟ้าพาเที่ยว.com Facebook Page : นางฟ้าพาเที่ยวทั่วไทย และ Instagram : guidingangle.th  

 


ถอดรหัสการมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ จากหนังสือ “Health Brings Wealth” โดย 4 แพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับโลก

ถอดรหัสการมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ 

จากหนังสือ “Health Brings Wealth”  

โดย 4 แพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับโลก



ปัจจุบันเทรนด์การดูแลสุขภาพกำลังมาแรง จะเห็นได้ว่าผู้คนหันมาสนใจและใส่ใจในเรื่องสุขภาพกันมากขึ้น เนื่องด้วยสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งปัญหาด้านสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้พฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนในสังคมเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เกิดผลกระทบต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต ทำให้เป็นบ่อเกิดของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs (Non-communicable diseases)


                จากรายงานปี พ.ศ. 2563 จากองค์การอนามัยโลก หรือ WHO พบว่าในแต่ละปี ผู้คนทั่วโลกเสียชีวิตจากกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ประมาณ 41 ล้านคน คิดเป็น 71% ของจำนวนประชากรทั้งหมด เช่นเดียวกับประเทศไทย ในปีพ.ศ.2562 ที่มีผู้เสียชีวิตจากกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง 76.58% หรือประมาณ 351,880 คนต่อปี เฉลี่ยสูงถึง 44 คนต่อชั่วโมงการเจ็บไข้ได้ป่วยคงเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากพบเจอ เพราะนอกจากจะเสียสุขภาพกาย สุขภาพจิตแล้ว ยังต้องเสียเวลา เสียงานเสียการ กระทบไปถึงเงินในกระเป๋าอีกด้วย การป้องกันไว้แต่เนิ่นๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญ การหันมาใส่ใจเริ่มต้นสะสมสุขภาพที่ดีจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นกุญแจที่สำคัญที่สุดของการมีคุณภาพชีวิตที่ดี


หนังสือ Health Brings Wealth ถูกรังสรรค์ขึ้น เพื่อรวบรวมความรู้ มุมมอง แง่คิด และประสบการณ์จริงจาก 4 แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทั้งทางด้านหัวใจ ด้านสมอง ด้านการออกกำลังกาย รวมทั้งด้านโภชนาการและการชะลอวัย เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านนำไปปฏิบัติได้จริง โดยมี นายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ เป็นแรงบันดาลใจที่สำคัญ และเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จ ทั้งสุขภาพที่ดี (Health) ความมั่งคั่ง (Wealth) และอายุยืนอย่างมีคุณภาพ (Longevity)

ส่วนแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ 4 ท่าน ได้แก่ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ จีรี ดโวชัค (Prof Jiří Dvořák, MD Zurich, Switzerland) ศาสตราจารย์ด้านประสาทวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยซูริคอดีตประธานเจ้าหน้าที่ด้านการแพทย์ของ FIFA ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาอาวุโสด้านประสาทวิทยาและการวิจัยของศูนย์กระดูกสันหลัง (Spine Center) ประจำคลินิก Schulthess เมือง Zurich และเคยดำรงตำแหน่งประธานของคลินิกนี้มานานกว่า 35 ปี ในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิและมีผลงานวิจัยจำนวนมากมายเกี่ยวกับกระดูกสันหลัง ส่งผลให้ได้รับรางวัลยกย่องต่างๆ มากมาย เนื้อหาภายในหนังสือเล่มนี้ คุณหมอในฐานะผู้ชำนาญการทางด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาและเวชศาสตร์ป้องกัน จะมาบอกเล่าถึงข้อดีของการออกกำลังกาย เพียงแค่บริหารเวลาให้ดี แบ่งเวลามาออกกำลังกาย 30 นาที 5 ครั้งต่อสัปดาห์เป็นประจำสม่ำเสมอ ก็ช่วยให้สุขภาพแข็งแรงได้ในระยะยาว ส่วนผู้ที่ร่างกายมีข้อจำกัดหรือมีอาการบาดเจ็บ ก็สามารถออกกำลังกายได้โดยการรักษาและดูแลที่เหมาะสม

แพทย์ท่านถัดไปคือ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ เซอร์จิโอ ฟาซิโอ (Prof Sergio Fazio, MD, PhD Portland, Oregon and Tarrytown, New York, US) ศาสตราจารย์วุฒิคุณด้านโรคหัวใจ ประจำ Stanford University คุณหมอเคยดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันโรคหัวใจ ณ Knight Cardiovascular Institute ของ Oregon Health & Science University (OHSU) และที่นี่เองที่คุณหมอได้ริเริ่มความร่วมมือเพื่อนำทฤษฎีการรักษาโรคหัวใจแบบป้องกัน (Preventive Cardiology) มาสู่ประเทศไทย ภายในหนังสือ Health Brings Wealth คุณหมออธิบายถึงความสำคัญของหัวใจ ซึ่งเป็นอวัยวะทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เคยได้หยุดพัก การดูแลสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด ต้องเริ่มต้นที่ตัวเรา ด้วยการหันมาใส่ใจการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็น การเลือกรับประทานอาหารที่ดี คือ ไม่หวานจัด ไม่เค็มจัด และอาหารที่ไม่มีไขมันอิ่มตัวสูง พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ดี นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เคลื่อนไหวร่างกายอยู่เสมอ ลดความเครียด อันเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคหัวใจ และอีกหลายวิธี เพื่อรักษาหัวใจให้อยู่ด้วยกันกับเราไปนานๆ

แพทย์ท่านที่สามคือ ผู้ช่วยศาสตราจารย์วุฒิคุณ นายแพทย์ ตนุพล วิรุฬหการุญ (หมอแอมป์) (Adj Asst Prof Tanupol Virunhagarun, MD Bangkok, Thailand) ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์ป้องกัน (Preventive Medicine) ดูแลคนไข้ในการดูแลฟื้นฟูสุขภาพ ด้านการลดน้ำหนักและควบคุมโรคอ้วน ที่มีความมุ่งมั่นที่จะดูแลผู้ป่วยทำให้เรื่องควบคุมน้ำหนักไม่ใช่เรื่องยาก สำหรับการดูแลสุขภาพ คุณหมอแอมป์เป็นผู้ที่ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนและกระตุ้นให้ประชาชนคนไทยเกิดความตระหนัก และสนใจในการดูแลสุขภาพในเชิงป้องกันโรคมากขึ้น โดยการให้ความรู้ผ่านทางการบรรยายและช่องทางสื่อออนไลน์ อาทิ Facebook : Dr Amp Team, Instagram : DrAmp Team, Spotify : Dr.Amp Team, YouTube : DrAmp Team, Website : www.dramp.com เพื่อให้คนได้ปฏิบัติกัน ปัจจุบันมีผู้ติดตาม มากกว่า 750,000 คน อีกทั้งยังเป็นเจ้าของผลงานหนังสือ Best Seller อีกหลายเล่ม อาทิ เคล็ดลับชะลอวัย ห่างไกลโรคกินดี อยู่นาน คือของขวัญชีวิตสุขภาพดีอายุ 100 ปี คุณก็มีได้นอนถูกวิธี สุขภาพดีตลอดชีวิต การดูแลสุขภาพในเชิงป้องกันโรค เป็นสิ่งที่คุณหมอได้ให้ความรู้ด้วยสำนวนที่อ่านเข้าใจง่าย เน้นการดูแลสุขภาพตั้งแต่ก่อนเจ็บป่วย ด้วยหลักการของเวชศาสตร์ป้องกัน (Preventive Medicine) เพื่อทำการป้องกันและชะลอการเกิดโรค จากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต (Lifestyle Medicine) ทั้งในเรื่องของการรับประทานอาหารในแต่ละวันที่ได้รับสารอาหารครบถ้วน โดยอาหารที่ดีต้องมาจากธรรมชาติ ไม่ผ่านกระบวนการแปรรูป ควบคู่กับการตรวจเชิงลึกทางห้องปฏิบัติการบวกการเจาะรหัสพันธุกรรม เพื่อไขความลับสุขภาพดีที่ลงลึกไปถึงระดับเซลล์ เพื่อให้เกิดการดูแลรักษาสุขภาพแบบเฉพาะบุคคล คุณหมอยังเน้นย้ำอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญ คือการนอน เพราะการนอนที่เพียงพอจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของร่างกายที่ดีขึ้น มีความสดชื่นและตื่นตัวตลอดทั้งวัน ช่วยส่งเสริมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี

                และแพทย์ท่านสุดท้ายคือ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ คีธ แบล็ค (Keith L.Black, MD, Los Angeles, California, USA) ศัลยแพทย์ระบบประสาท และนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียง คุณหมอดำรงตำแหน่งหัวหน้าแผนกศัลยกรรมประสาทและผู้อำนวยการสถาบันศัลยกรรมประสาท Maxine Dunitz ของศูนย์การแพทย์ Cedars-Sinai ได้รับการแต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์ประจำสาขาประสาทวิทยา ผลงานของคุณหมอได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง โดยผลงานได้รับการตีพิมพ์กว่า 400 บทความ ประวัติของท่านถูกนำมาสร้างเป็นซีรีส์ออกฉายทางโทรทัศน์ The New Explorers อีกทั้ง นิตยสาร Esquire ได้จัดให้ท่านเป็นหนึ่งใน "21 บุคคลที่สำคัญที่สุดแห่งศตวรรษที่ 21" และคุณหมอยังได้ขึ้นปกนิตยสาร TIME ฉบับพิเศษปี 1997 "Heroes of Medicines." รวมถึงอัตชีวประวัติของคุณหมอได้รับการตีพิมพ์เป็นหนังสือ Brain Surgeon ในปีพ.ศ. 2552 อีกด้วย หนังสือเล่มนี้ คุณหมอได้พูดถึงความสำคัญของสมอง ซึ่งเป็นศูนย์กลางของระบบประสาททำหน้าที่ควบคุมและสั่งการ การเคลื่อนไหว พฤติกรรม รวมไปถึงการรักษาสมดุลในร่างกาย สมองมีการเปลี่ยนแปลงไปได้อย่างไรบ้าง เพื่อป้องกันและชะลอไม่ให้เป็นโรคอัลไซเมอร์ เพราะในปัจจุบันทั่วโลกมีผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อมสูงถึง 50 ล้านคน และเพิ่มจำนวนขึ้นเกือบ 10 ล้านคนต่อปี ส่งผลให้มีคนเสียชีวิตจากโรคอัลไซเมอร์สูงเป็นอันดับที่ 5 ของโลก การดูแลสมองจึงเป็นเรื่องที่ต้องดูแลและให้ความใส่ใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย การนอน การมีน้ำหนักตัวที่เหมาะสม รวมไปถึงการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพื่อให้สมองได้ทำงาน ตลอดจนการนั่งสมาธิ ซึ่งเป็นการเปิดสมองอีกแนวทางหนึ่ง

ด้วยประสบการณ์และความรู้เฉพาะด้าน ผนวกกับงานวิจัยและพัฒนาใหม่ๆ ทำให้หนังสือ “Health Brings Wealth” เป็นเสมือนกุญแจปลดล็อคสู่การมีสุขภาพดี พร้อม infographic และตัวอย่างการปฏิบัติตนที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง ช่วยให้ผู้อ่านได้ความรู้และเข้าใจการดูแลสุขภาพอย่างถูกต้อง ภายในเล่มประกอบด้วยเนื้อหา 10 บทหลัก ด้วยกัน

บทที่ 1  Hippocrates บิดาแห่งการแพทย์สมัยใหม่ (Hippocrates on Preventive Healthcare)

บทที่ 2 ตำนาน นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ (The Legacy of Dr. Prasert Prasarttong-Osoth)

บทที่ 3 สี่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ (Co-Authors) 

บทที่ 4 การออกกำลังกายคือยารักษาโรคที่ไม่ต้องเสีย. (Physical Activity is Your Cheapest Medicine) 

บทที่ 5 โภชนาการที่สมดุลคือกุญแจสู่การมีสุขภาพดี (Balanced Nutrition is Key for Your Health) 

บทที่ 6  เวชศาสตร์ป้องกันกับโรคหัวใจ สิ่งที่ต้องรู้และต้องทำ (Preventive Cardiology: What you Need to Know and Do)

บทที่ 7 การเพิ่มประสิทธิภาพสมองอย่างไรให้ได้ผลดี (Optimizing Brain Wellness As You Age) 

บทที่ 8  เวชศาสตร์วิถีชีวิต : 5 เสาหลักเพิ่มประสิทธิภาพสุขภาพของคุณ (Lifestyle Medicine: Five Pillars for         Optimizing Your Health)

บทที่ 9 เรื่องราวจากผู้ป่วย (Patient Stories)

บทที่ 10 เมนูเพื่อสุขภาพ (Recipes for Home Cooks)

                หนังสือ Health Brings Wealth จัดทำด้วยกระดาษอาร์ตสี่สีทั้งเล่ม จำนวน 228 หน้า โดยจะเปิดให้สั่งซื้อได้ผ่านทางร้านหนังสือ Asiabook ประเทศไทย และ amazon.com ในราคา 990 บาท และในรูปแบบหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-Book) กลางเดือนเมษายน 2565 9เพราะสมบัติที่สำคัญที่สุดคือ "สุขภาพ" ไม่มีอะไรที่มีค่ามากเท่าการมีสุขภาพที่ดี เป็นที่มาของคำว่า “Health Brings Wealth”       

หนังสือ “Health Brings Wealth” เล่มนี้ จึงเหมาะที่จะส่งมอบเป็นของขวัญให้กับคนที่รักและตัวคุณเอง ส่งมอบกุญแจไขสู่การมีสุขภาพที่ดีอย่างมีคุณภาพ

 

 

วันศุกร์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2565

ททท. ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกท่านมาท่องเที่ยววัดพระธาตุช่อแฮ่ พระอารามหลวง จังหวัดแพร่ พระธาตุประจำปีนักษัตร “ปีขาล”

ททท. ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกท่านมาท่องเที่ยววัดพระธาตุช่อแฮ่

พระอารามหลวง จังหวัดแพร่ พระธาตุประจำปีนักษัตร  ปีขาล


ปี พ.ศ. 2565 ตรงกับปีนักษัตรปีขาล จังหวัดแพร่ซึ่งมี องค์พระธาตุช่อแฮ” พระธาตุประจำ ปีนักษัตร ปีขาล”  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกท่านมาท่องเที่ยววัดพระธาตุช่อแฮ่ พระอารามหลวง จังหวัดแพร่ พระธาตุประจำปีนักษัตร  ปีขาล”  มาสัมผัสประสบการณ์ย้อนเสน่ห์วันวาน




 โดยเช้าวันนี้ 12 มีนาคม 2565 ททท. นำโดย นายสมหวัง พ่วงบางโพ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ พร้อมด้วยนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และผู้อำนวยการสำนักงานภูมิภาคภาคเหนือทุกสำนักงาน เข้าร่วม พิธีสืบชะตาโบราณ” และ  ถวายตุงเสริมชัยมงคล” ณ วัดพระธาตุช่อแฮ วัดอารามหลวง ซึ่งเป็นกิจกรรมนำร่องสร้างกระแสให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวตลอดทั้งปี




สอบถามข้อมูลการจัดกิจกรรมรวมพลคนปีขาล ได้ที่ วัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง โทรศัพท์ 082 893 7334 รวมถึงข้อมูลการท่องเที่ยวจังหวัดแพร่ ได้ที่ ททท.สำนักงานแพร่ (พื้นที่รับผิดชอบ แพร่,อุตรดิตถ์) โทรศัพท์ 054 521 127 และ Facebook Page : ททท.สำนักงานแพร่

#รวมพลคนปีขาล

#เที่ยวเมืองไทยAmazingยิ่งกว่าเดิม

#ทำบุญสืบชะตา

#วัดพระธาตุช่อแฮ

 

50 ปี รพ. กรุงเทพ เป็นมากกว่าโรงพยาบาล ดูแลสุขภาพคุณทุกที่ ทุกเวลา

50 ปี รพ. กรุงเทพ เป็นมากกว่าโรงพยาบาล 

ดูแลสุขภาพคุณทุกที่ ทุกเวลา

เนื่องในโอกาสก้าวขึ้นสู่ปีที่ 50 ของโรงพยาบาลกรุงเทพ  ภายใต้การบริหารงานของบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS  เรามุ่งมั่นยกระดับการให้บริการทางการแพทย์สู่ความเป็นสากลมากยิ่งขึ้น นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการ เพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ มุ่งบริการดูแลผู้ป่วยให้ได้รับความสะดวกรวดเร็ว และเข้าถึงการรักษาได้ง่าย เพื่อให้ผู้รับบริการได้รับการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพและได้มาตรฐาน ปีนี้ชูคอนเซ็ปต์ “เป็นมากกว่าโรงพยาบาล (More Than Hospital) ดูแลสุขภาพคุณทุกที่ ทุกเวลา” ผ่านแคมเปญการตลาดตลอดทั้งปี  เพื่อขอบคุณผู้รับบริการที่ให้การสนับสนุนและกลับมาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง พร้อมเสริมความเชื่อมั่นในมาตรฐานการให้บริการและสร้างประสบการณ์ที่ดีให้สูงขึ้น ช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว สอดคล้องกับพันธกิจของโรงพยาบาลที่ดูแลทุกท่านมาตลอด 50 ปี

พญ.เมธินี ไหมแพง รองประธานคณะผู้บริหาร กลุ่ม 1 และ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า ตลอด 50 ปีที่โรงพยาบาลกรุงเทพ มุ่งมั่นให้การรักษาผู้ป่วยทุกเพศ ทุกวัย และทุกเชื้อชาติ ให้ได้รับประสบการณ์การรักษาพยาบาลที่ดีที่สุด เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว โรงพยาบาลได้ยกระดับการทำงานให้เป็น Healthcare Intelligence เพื่อนอัจฉริยะที่รู้ใจทุกเรื่องสุขภาพ เต็มรูปแบบ ด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดการระบบภายในโรงพยาบาล โดยมีคนไข้เป็นศูนย์กลาง ในทุกกระบวนการของระบบปฏิบัติการรักษาพยาบาล มีการเชื่อมต่อและส่งต่อข้อมูลระหว่างกันตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ จากทุกที่ทุกเวลา พร้อมทั้งเปิดแอปพลิเคชันมายบีพลัส (My B+)  รองรับการใช้งานของผู้มารับบริการได้ทุกการรักษา



ซึ่งแอปพลิเคชัน My B+ คู่หูดูแลสุขภาพคุณ เป็นตัวกลางที่เชื่อมการทำงานย่อส่วนจากระบบปฏิบัติภายในโรงพยาบาล ให้คุณเข้าถึงบริการด้านสุขภาพที่สะดวก รวดเร็ว ตั้งแต่การนัดหมายแพทย์แบบ real-time appointment การปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง ผ่านระบบ Tele-consultation  ดูประวัติติดตามผลตรวจสุขภาพและข้อมูลยา ดูผลการตรวจ COVID-19 ภายใน 24 ชั่วโมง และการชำระเงิน ไปจนถึงข้อมูลสุขภาพอื่นๆ ซึ่งในสถานการณ์ระบาดของ COVID-19 การใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์และสุขภาพอื่น ๆ ได้ง่ายมากขึ้น รวดเร็ว ลดการเดินทาง ลดโอกาสในการติดเชื้อ  เช่น โรงพยาบาลบริการตรวจและรายงานผล COVID-19 ในกลุ่มกองถ่ายภาพยนตร์ต่างประเทศ ที่ถ่ายทำในสถานที่ต่าง ๆ ภายในประเทศไทย ช่วยอำนวยความสะดวก ทราบผลการตรวจได้อย่างรวดเร็ว จนสามารถดำเนินการถ่ายทำและคัดกรองทั้งคนไทยและต่างชาติให้ปลอดเชื้อได้อย่างชัดเจน  ในขณะที่ทางโรงพยาบาลก็สามารถขยายบริการดูแลผู้ป่วยได้ทั่วถึงในทุกที่ ทุกเวลาในหลายๆ สถานที่พร้อมๆ กัน


นอกจากในปีนี้ โรงพยาบาลกรุงเทพได้ร่วมมือกับเครือ BDMS จัดแพ็กเกจ BDMS Screening ครอบคลุมการตรวจคัดกรอง โรคร้าย ด้านสมอง มะเร็ง เเละหัวใจ เพื่อตอกย้ำความตั้งใจในการดูเเลสุขภาพของคนไทย สำหรับบุคคลอายุ 35 ขึ้นไป ในราคา 5,550 บาท ประกอบด้วย การตรวจคัดกรองโรคมะเร็ง โดยเพศชายจะตรวจอวัยวะภายในช่องท้องส่วนบนโดยใช้คลื่นความถี่สูง (Ultrasound Upper Abdomen) ได้แก่ ตับ ม้าม ถุงน้ำดี ท่อน้ำดี ไต ส่วนเพศหญิงจะเป็นการตรวจหามะเร็งเต้านมด้วยดิจิทัลแมมโมเกรมและอัลตราซาวนด์ (Digital Mammogram and Ultrasound both sides) เพื่อวินิจฉัยหาความผิดปกติของเต้านมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งสามารถตรวจได้ทั้งเมื่อมีอาการและยังไม่เกิดอาการผิดปกติ การตรวจคัดกรองโรคสมองและระบบประสาท เป็นการตรวจดูผนังหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง (Carotid Doppler Ultrasound) ตรวจหาคราบหินปูนที่อยู่ตามบริเวณหลอดเลือดที่คอเพื่อดูภาวะตีบแคบของหลอดเลือด และการตรวจคัดกรองโรคหลอดเลือดหัวใจ เป็นการตรวจวัดระดับแคลเซียมหรือหินปูนของผนังหลอดเลือดหัวใจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Coronary Calcium Score) เพื่อประเมินความเสี่ยงซึ่งเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบหรือกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด เพราะการตรวจสุขภาพเป็นเรื่องที่สำคัญ ทำให้เราได้รู้เท่าทันความเสี่ยงต่อโรคร้าย และช่วยหาโรคที่ไม่แสดงอาการในช่วงระยะแรกได้ เพื่อวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม

ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและติดต่อซื้อโปรแกรม BDMS Screening เข้ามาทำนัดและรับบริการที่โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ (ซ.ศูนย์วิจัย) พร้อมช่องทางการจัดจำหน่าย สั่งซื้อคูปอง E – Coupon ทาง 4 ช่องทางออนไลน์  คือ 1. ผ่านแอปฯ Shopee โดยค้นหาหน้าร้านออฟฟิเชียลสโตร์ BangkokHospital_official บน Shopee Mall 2. Line chatbot @BplusOnline ของโรงพยาบาลกรุงเทพ 3. www.Health-Plaza.com : BangkokHospital  4. www.savedrugonline.com  ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 มีนาคม 2565 โดยสามารถใช้บริการได้ตั้งแต่วันที่ มีนาคม ถึง 31 สิงหาคม 2565   ในเฟส 2 เดือนพฤษภาคม – กรกฎาคม 2565 เน้นการผ่าตัด ทำโปรโมชั่นหัตถการผ่าตัดข้อเข่าเทียม   ในราคา 250,000 บาท  โดยทีมแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์สหสาขาวิชาที่ชำนาญการ ช่วยให้คุณฟื้นตัวไว คืนการเคลื่อนไหวให้คุณได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีเร็วยิ่งขึ้น

            ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาในฐานะที่ รพ. กรุงเทพ เป็นส่วนหนึ่งของ BDMS ซึ่งเป็นองค์กรที่มุ่งมั่นพัฒนาและขยายการดำเนินงานด้านความยั่งยืนสู่ระดับสากล โดยการกำหนดแผนแม่บทเพื่อเดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมสามารถพัฒนาควบคู่กันไปได้อย่างมีดุลยภาพ โดยได้นำแผนดังกล่าวนำมาปรับใช้ในการทำงานขั้นพื้นฐาน และผลักดันให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์และวัฒนธรรมองค์กร รวมถึงการกำกับดูแลการดำเนินงานขององค์กรจากปัจจุบันสู่อนาคต และเราจะไม่หยุดยั้งในการพัฒนาเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนเคียงคู่ประเทศและสังคมโลกต่อไป จนได้รับจัดอันดับเข้าเป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ DJSI  (Member of Dow Jones Sustainability Indices) ถือเป็นบทพิสูจน์ให้เห็นถึงประสิทธิภาพการดำเนินงาน เพื่อเป้าหมายในการสร้างผลตอบแทนที่ดีได้อย่างยั่งยืน ภายใต้เกณฑ์ที่มุ่งเน้นกิจกรรมเสริมสร้างความยั่งยืนทั้ง 3 มิติคือ ด้านการรักษาสิ่งแวดล้อม(Environment) การดูแลสังคม (Social) และมีธรรมาภิบาลทางธุรกิจ (Governance)

กิจกรรมเพื่อสังคมเป็นอีกสิ่งที่โรงพยาบาลกรุงเทพให้ความสำคัญไม่น้อยไปกว่าพันธกิจทางการรักษาพยาบาลที่เน้นมาตรการความปลอดภัยและมาตรฐานการรักษา โดยเฉพาะในสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ทางโรงพยาบาลได้ร่วมมือกับภาครัฐและภาคเอกชน สนับสนุนวาระแห่งชาติ จัดบริการหน่วยฉีดวัคซีนโควิด-19 นอกสถานพยาบาลและภายในโรงพยาบาล เพื่อบริการฉีดให้กับประชาชนชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทยให้สร้างภูมิคุ้มกันป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ลดความรุนแรงของอาการเจ็บป่วย และช่วยลดอัตราการเสียชีวิต ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2564 – กุมภาพันธ์ 2565  เราให้บริการฉีดวัคซีนไปแล้วมากกว่า 300,000 คน พร้อมทั้งจัดทีมบุคลากรทางการแพทย์ประจำที่โรงพยาบาลสนามบีดีเอ็มเอส สนามกีฬาทอ.(ธูปะเตมีย์) รองรับผู้ป่วยโควิด-19 ประมาณ 100 เตียง  รวมไปถึงการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินในภาวะวิกฤต ด้วยแคปซูลเคลื่อนย้ายผู้ป่วยความดันลบ ช่วยให้คนไข้และบุคลากรที่เกี่ยวข้องได้รับความปลอดภัยสูงสุดขณะลำเลียง และเป็นการป้องกันและควบคุมการแพร่กระจายเชื้อจากคนไข้สู่บุคลากรและสิ่งแวดล้อม และในปีนี้เปิดให้บริการฉีดวัคซีนทางเลือก วัคซีนสำหรับกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มเด็กตามโรงเรียนต่าง ๆ  และเพื่อต่อยอดการดูแลสุขภาพแบบยั่งยืนให้กับประชาชน เตรียมจัดอบรมการสอนช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน Basic Life Support ช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน (CPR) และการช่วยผู้ป่วยสำลักอุดกั้นทางเดินหายใจ  ให้กับชุมชน โรงเรียน สถานตำรวจ และบริษัทเอกชนต่าง ๆ  เพื่อให้ทุกคนมีความรู้และประยุกต์ใช้จริง หากเกิดภาวะฉุกเฉินขึ้นภายในบ้านหรือสถานที่ที่อยู่อาศัย กิจกรรมนี้จะช่วยลดอัตราการเสียชีวิต และช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนได้อย่างยั่งยืน

 

 


 

 

  

"สารวัตรแรมโบ้” รับรางวัล “๑ ปณิธานความดี เทิดไท้พระภูมีนนวมินทรา” ผู้ทำประโยชน์ต่อประเทศชาติ” จากอดีตนายกฯ ชวน

"สารวัตรแรมโบ้” รับ รางวัล “๑ ปณิธานความดี เทิดไท้พระภูมีนนวมินทรา”  ผู้ทำประโยชน์ต่อประเทศชาติ”  จากอดีตนายกฯ ชวน ลั่นจะทำงาน รับใช้สั...