วันเสาร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2568

"บขส." เปิดตัวรถโดยสารใหม่ มาตรฐานยุโรป Euro 5 พร้อมโชว์ชุดพนักงานต้อนรับ โทนสีชมพูสดใส

"บขส." เปิดตัวรถโดยสารใหม่ มาตรฐานยุโรป Euro 5

พร้อมโชว์ชุดพนักงานต้อนรับ โทนสีชมพูสดใส 

ยกระดับขนส่งสาธารณะ สะดวก สบาย ปลอดภัย 

ระบุรถโดยสารใหม่จะทยอยวิ่งให้บริการประชาชนภายในเดือนกันยายนนี้


     นางจันทิรา บุรุษพัฒน์ ประธานกรรมการ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เป็นประธานงานเปิดตัวรถโดยสารใหม่ "Change For The Better : เปลี่ยนเพื่อสิ่งที่ดีกว่า" โดยมี นายอรรถวิท รักจำรูญ  กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) คณะกรรมการบริษัทฯ ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชน อาทิ กรมการขนส่งทางบก การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย การถไฟแห่งประเทศไทย องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ บริษัท รถไฟฟ้า ร ฟ.ท. จำกัด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดย นายสหรัฐ โพธิโต รองผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานกรุงเทพ สมาคมท่องเที่ยวต่างๆ  อาทิ สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) โดย ดร.สุเทพ อารมณ์รักษ์, คุณอนัญญา แก้วชินพร อุปนายกสมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย คุณจิรภัทร แก้วชินพร ประชาสัมพันธ์ สมาคมฯ คุณพรปวีณ์ วิชิตนาค และคุณพิมลวรรณ ครองสิงห์ ที่ปรึกษาสมาคมฯ ตัวแทนนายวัสน์พล อรรถพรธนเสฐ นายกสมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย, คุณศศิวัณย์ ศรีพรหม สมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวจังหวัดพิษณุโลก สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1, สำนักข่าวท่องเที่ยวและสิ่งแวดล้อม โดยนายกันตพงษ์ ธนเนืองโรจน์ ผู้อำนวยการใหญ่สำนักข่าวฯ, สื่อมวลขน และอินฟลูเอนเซอร์ เข้าร่วมจำนวนมาก ณ บริเวณชานชาลา 2 ด้านทิศใต้ อาคารสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) หรือหมอชิต 2 เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568

     นายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บขส. เปิดเผยว่า บขส. ได้เปิดตัวภาพลักษณ์ในรูปแบบของรถโดยสาร ชุดพนักงานต้อนรับ พนักงานขับรถหญิง ซึ่งมาในโทนสีชมพู ซึ่งบ่งบอกถึงความอบอุ่น สดใส อ่อนโยน และเป็นมิตร ตอบโจทย์ความต้องการของผู้โดยสารยุคใหม่ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับด้านการบริการของการเดินทางโดยรถโดยสารสาธารณะ ที่มีความทันสมัย สะดวกสบาย และปลอดภัย

     รถโดยสารใหม่ที่นำมาให้บริการมีขนาดความยาว 12 เมตร 3 มาตรฐาน ได้แก่ 1.รถโดยสารปรับอากาศชั้น 1 VIP (ม.1ก) จำนวน 24 ที่นั่ง 2.รถโดยสารปรับอากาศ ชั้น 1 พิเศษ (ม.1พ) จำนวน 32 ที่นั่ง และ 3.รถโดยสารปรับอากาศชั้น 1 (ม.1ข) จำนวน 36 ที่นั่ง ใช้เครื่องยนต์มาตรฐาน Euro 5 ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ช่วยลดมลพิษทางอากาศ และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง มีระบบความปลอดภัยครบครัน อาทิ ระบบ GPS กล้อง CCTV และภายในรถจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายเช่น ห้องน้ำ ช่องเก็บสัมภาระ ช่องเสียบ USB สำหรับชาร์จไฟ และบริการ WIFI ฟรี โดยจะนำมาให้บริการประชาชนในทุกเส้นทางทั่วประเทศ เพื่อใช้ทดแทนรถโดยสารเช่าที่หมดสัญญาและรถโดยสาร บขส. ที่ปลดระวาง ปัจจุบัน บขส. มีรถโดยสารให้บริการทั้งหมด 254 คัน



      สำหรับการดำเนินการเช่ารถโดยสารใหม่ จำนวน 311 คัน ระยะเวลาเช่า 5 ปี วงเงินรวม 3,018,126,600 บาท โดยมี บริษัท อิทธิพร อิมปอร์ต จำกัด เป็นคู่สัญญา ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ เมื่อแล้วเสร็จจะทยอยส่งมอบรถโดยสารแบ่งเป็น 4 งวด งวดแรกจะรับรถโดยสาร จำนวน 96 คัน และนำมาให้บริการประชาชนภายในเดือนกันยายน 2568 งวดที่ 2 ส่งมอบรถโดยสาร จำนวน 96 คัน ภายในเดือนตุลาคม 2568 งวดที่ 3 ส่งมอบรถโดยสาร จำนวน 78 คัน ภายในเดือนพฤศจิกายน 2568 และงวดที่ 4 ส่งมอบรถโดยสารจำนวน 41 คัน ภายในเดือนธันวาคม 2568


     นายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บขส. กรรมการผู้จัดการใหญ่ บขส. กล่าวเพิ่มเติมว่า ในรอบปีที่ผ่านมา ประชาชนและผู้ใช้บริการ บขส. ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของการพัฒนาระบบขนขนส่งสาธารณะในทิศทางที่ดีขึ้น ตั้งแต่มีการพัฒนาสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) เพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น ปรับปรุงห้องน้ำ ลิฟท์โดยสาร ช่องจำหน่ายตั๋วโดยสาร บริหารพื้นที่ชานชาลา โดยให้รถโดยสารออกตรงเวลา จัดการเดินรถเชื่อมต่อระบบบราง ขสมก. และเพิ่มจุดบริการรถแท็กซี่ให้บริการประชาชน


     ซึ่ง บขส. ต้องมีการปรับตัว รองรับการเดินรถระบบฟิดเดอร์ เชื่อมต่อการเดินทางทุกโหมด ทั้งทางบก ทางน้ำ ทางราง และทางอากาศ อย่างไร้รอยต่อ สอดคล้องกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทั่วประเทศของกระทรวงคมนาคม และให้เกิดประสิทธิภาพในการให้บริการประชาชนสูงสุดต่อไป รวมทั้งจะช่วยยกระดับคุณภาพการให้บริการประชาชนให้ได้รับประโยชน์สูงสุด สะดวก สบาย และปลอดภัย ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม

       สามารถสอบถามข้อมูลการเดินทาง หรือจองตั๋วของ บขส. ได้ที่เว็บไซต์ บขส. https///tcl9 9 webtransport.co.th, 

Application E - ticket, Facebook Page : บขส (www.facebook.com/BorKorSor99), 

Line : บขส.99 (id : @TCL99) 

และช่องจำหน่ายตั๋วโดยสาร บขส.ทั่วประเทศ 


วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2568

“จตุพร” รมว.กระทรวงพาณิชย์ มอบ 21 รางวัล Thai Hom Mali Rice Award 2024

“จตุพร” รมว.กระทรวงพาณิชย์ มอบ 21 รางวัล Thai Hom Mali Rice Award 2024 

เชิดชู เกษตรกร-สถาบันเกษตรกร มุ่งมั่นในการรักษาและพัฒนาคุณภาพข้าวหอมมะลิไทย จนเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

     DIT กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จัดพิธีมอบรางวัลการประกวดข้าวหอมมะลิของประเทศไทย ประจำปี 2567 (ครั้งที่ 42) ณ ห้องบุรฉัตรไชยากร กระทรวงพาณิชย์ โดยมี นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธี เมื่อวันพุธที่ 3 กันยายน 2568 เพื่อยกย่องและเชิดชูเกษตรกรและสถาบันเกษตรที่มีความมุ่งมั่นในการรักษาและพัฒนาคุณภาพข้าวหอมมะลิไทยให้คงความมีอัตลักษณ์เฉพาะตัว และมีความอร่อยจน เป็นที่ยอมรับ ในระดับสากลตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการข้าวคุณภาพสูง พร้อมเชื่อมโยงการตลาด สร้างมูลค่าเพิ่ม ส่งเสริมการกระจายรายได้สู่ชุมชนและเปิดช่องทางจำหน่ายอย่างยั่งยืนให้กับชาวนาไทย

     นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รมว.กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ข้าว เป็นพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศ สร้างการเติบโตทั้งในเชิงคุณค่าและมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศตลอดมา กระทรวงพาณิชย์จึงให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความเข้มแข็งของสินค้าข้าวไทยตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ โดยกระทรวงพาณิชย์มีนโยบายสำคัญเร่งด่วน ตามแนวทาง “ไทยทำ ไทยใช้ ไทยช่วยไทย” เพื่อให้กระทรวงพาณิชย์เป็น “พาณิชย์พึ่งได้” โดยการสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก โดยเฉพาะในภาคการเกษตรซึ่งเป็นรากฐานของประเทศ  นอกจากนี้  ยังมีการยกระดับข้าวไทย เพิ่มมูลค่า สร้างแบรนด์ข้าวไทยและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในตลาดสากล เป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริม รักษา และขยายโอกาสทางการตลาดให้กับข้าวไทยในเวทีโลกอย่างยั่งยืน


   การประกวดข้าวหอมมะลิของประเทศไทยประจำปี 2567 มีเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรจาก 22 จังหวัด ส่งตัวอย่างเข้าร่วมประกวดรวม 755 ตัวอย่าง ผ่านการคัดเลือกจากผู้ทรงคุณวุฒิจนได้ผู้ได้รับรางวัลรวม 21 รางวัล แบ่งเป็น ประเภทสถาบันเกษตรกร 3 ราย และประเภทเกษตรกรรายบุคคล 18 ราย โดยประเภทสถาบันเกษตรกร รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มพัฒนาสตรี จ.กาฬสินธุ์ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ วิสาหกิจชุมชนทำนาห้วยตาดข่า จ.อุดรธานี รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ วิสาหกิจชุมชนข้าวหอมมะลิงาม 105 จ.ร้อยเอ็ดสำหรับประเภทเกษตรกรรายบุคคล รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ นายสมจิต แก้วนาเหนือ จ.ร้อยเอ็ด รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ นายกัณหา พาพิมพ์ จ.หนองคาย รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ นางทองพูล โคกลือชา จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งผู้ได้รับรางวัลทุกประเภทได้รับโล่เกียรติยศ เกียรติบัตร และเงินรางวัล รวมมูลค่ากว่า 625,000 บาท

     ทั้งนี้ ภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการและผลิตภัณฑ์ของผู้ชนะการประกวดข้าวหอมมะลิฯ การทำ MOU เชื่อมโยงการซื้อขายระหว่างผู้ประกอบการค้าข้าวกับผู้ชนะการประกวด มีผลิตภัณฑ์ข้าวของผู้ชนะการประกวดฯ หลากหลายแบรนด์ ที่นำมาให้ชิมและจำหน่ายในราคาพิเศษ อาทิ ข้าวหอมมะลิอินทรีย์ (ข้าวภูลังกา) และข้าวตราเรือไฟ จาก จ.นครพนม ข้าวตราช้างชุมพล จ.สุรินทร์ ข้าวนาคุณตาณรงค์ จ.อุบลราชธานี ข้าวจากกลุ่มข้าวปลอดสารพิษ ต.แม่อ้อ จ.เชียงราย และผลิตภัณฑ์ที่ต่อยอดจากข้าวหอมมะลิ เช่น ผลิตภัณฑ์ข้าวจากธัญพืช “พองพองไรซ์” ผลิตภัณฑ์นวัตกรรม “ข้าวแท่ง (Rice Bar)” ไอศกรีมข้าวหอมมะลิจากเกษตรกร จ.ฉะเชิงเทรา และเครื่องดื่ม MR.SATO ที่รังสรรค์จากข้าวไทย และความใส่ใจแบบคราฟต์ นอกจากนี้ ภายในงานยังมีพื้นที่สาธิตการตรวจสอบคุณภาพข้าวทางวิชาการโดยสำนักงานคณะกรรมการตรวจข้าว สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย


      นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รมว.กระทรวงพาณิชย์ กล่าวชื่นชมผู้ได้รับรางวัลที่ช่วยรักษาและยกระดับคุณภาพข้าวหอมมะลิไทย ซึ่งต้องอาศัยความมานะอดทนและมุ่งมั่นพัฒนา ภายใต้ความเปลี่ยนแปลงและปัญหาอุปสรรคนานัปการ โดยเฉพาะผลกระทบ จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่เป็นความเสี่ยงต่อความมั่นคงทางอาหารทั่วโลก ความเข้มแข็งของเกษตรกรไทยนี้แสดงถึงขีดความสามารถในการปรับตัวที่จะทำให้ภาคการเกษตรไทยก้าวต่อไปได้อย่างยั่งยืน



“ผมขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัลการประกวดข้าวหอมมะลิของประเทศไทย อันทรงเกียรติทั้ง 21 ท่าน ทุกท่านคือแบบอย่างของเกษตรกรไทย ที่มีส่วนสำคัญในการเป็นแรงบันดาลใจให้กับพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศ ส่งต่อพลังแห่งการพัฒนาที่ขับเคลื่อนข้าวหอมมะลิไทยสู่เวทีโลกอย่างภาคภูมิ” 


วันอังคารที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568

ททท. จับมือ Fastwork จัดกิจกรรม “100 เดียวเที่ยวได้งาน” รอบสุดท้

ททท. จับมือ Fastwork จัดกิจกรรม “100 เดียวเที่ยวได้งาน” รอบสุดท้าย 

เจาะคนทำงานยุคดิจิทัล กระตุ้นเที่ยวไทย–หนุนเศรษฐกิจท้องถิ่น


     การทำงานไม่จำเป็นต้องผูกติดอยู่กับโต๊ะทำงานอีกต่อไป แค่มีโน้ตบุ๊ก อินเทอร์เน็ต และวิวที่ใช่นั่นคือสำนักงานของคนรุ่นใหม่เพราะวันนี้ คนทำงานจำนวนมากเลือกที่จะออกเดินทางไปพร้อมกับงานในมือ เทรนด์ Workation จึงไม่ใช่แค่เรื่องแฟชั่นชั่วคราว แต่มันคือ วิถีชีวิตใหม่ของกลุ่มคนทำงานอย่าง Freelancers, Digital Nomads, Remote Workers และเจ้าของกิจการยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ Work–Life Integration และในท่ามกลางกระแสดังกล่าว ประเทศไทยกลับกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ใช่ ด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวก ธรรมชาติที่สวยงาม ค่าครองชีพที่สมเหตุสมผล และบรรยากาศที่ช่วยรีเฟรชความคิดได้อย่างแท้จริง

เพื่อส่งเสริมเทรนด์นี้ให้ขยายผลเชิงเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงเดินหน้าผลักดันกลยุทธ์ Workation Economy อย่างต่อเนื่อง โดยได้จับมือ Fastwork จัดกิจกรรม “100 เดียวเที่ยวได้งาน” ที่เป็นกลไกการตลาดสำคัญ ในการเชื่อมโยงแนวคิด Workation เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนทำงานรุ่นใหม่ที่ต้องการความยืดหยุ่นและสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงาน ผ่านการเลือกโลเคชั่นใหม่ ๆ ที่ช่วยเติมเต็มทั้งพลังใจและแรงบันดาลใจ



     จากความคุ้มค่าสู่แรงบันดาลใจของคนทำงาน กับกิจกรรม “100 เดียวเที่ยวได้งาน” ที่ถูกออกแบบมาเพื่อจุดประกายความฝัน สร้างแรงบันดาลใจ ในการทำงาน โดยเสนอขาย Voucher ด้านการท่องเที่ยว ในราคาเพียง 100 บาท ซึ่งหลังจากการเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าร่วมกิจกรรมในรอบแรกเมื่อ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา ได้รับเสียงตอบรับจากนักท่องเที่ยวอย่างล้นหลาม และจะเปิดให้นักท่องเที่ยวร่วมกิจกรรมรอบสุดท้าย ในวันที่ 25 สิงหาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ผ่านทางเว็บไซต์ www.fastwork.co โดยเสนอขายสินค้าจากผู้ประกอบการทั่วไทยให้นักท่องเที่ยวได้เลือกมากมาย อาทิ ศรีพันวา, ทรีเฮาส์ วิลล่าส์, บาบา บีช คลับ หัวหิน ชะอำ ลักชัวรี พูลวิลลา บาย ศรีพันวา, ดิ อัยยะปุระ เกาะช้าง, โรงแรมซีทรู บาย เดอะ ซายน์, ริเวอร์แคว รีโซเทล, เลเจนด้า สุโขทัย รีสอร์ท, โอเอซิสสปา, สวนน้ำโคลัมเบีย พิคเจอร์ส อควาเวิร์ส และบาร์บีคิวพลาซ่า เป็นต้น

     สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมสามารถสมัครสมาชิก Fastwork และดูรายละเอียดกติการได้ที่เว็บไซต์ www.fastwork.co และจะต้อง verify ทั้งอีเมลและเบอร์โทรศัพท์ให้เรียบร้อยก่อนกดซื้อสินค้า นอกจากนี้ภายใต้โครงการยังเสนอสิทธิพิเศษส่วนลด สูงสุดกว่า 80% จากสถานประกอบการชั้นนำทั่วไทย สามารถดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.tourismthailand.org/workationthailand หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line Official Account: @workationthailand






วันศุกร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2568

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขยายการช่วยเหลือกรณีเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา มอบเงินปลอบขวัญพร้อมกระเช้าสุขภาพแก่ทหารกล้าที่บาดเจ็บ

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขยายการช่วยเหลือกรณีเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา 

มอบเงินปลอบขวัญพร้อมกระเช้าสุขภาพแก่ทหารกล้าที่บาดเจ็บ 

ณ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า กรุงเทพฯ

     มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ พร้อมด้วย นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการ นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ และ นายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ หัวหน้าแผนกสาธารณภัย นำทีมเจ้าหน้าที่เข้าพบพลตรี ชยพณัฐ วิริรัตน์ รองเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหาร กองทัพไทย เพื่อเข้ามอบเงินปลอบขวัญให้แก่ทหารกล้าที่บาดเจ็บจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ที่พักรักษาตัว ณ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า นายละ 10,000 บาท รวมจำนวน 6 นาย พร้อมกระเช้าสุขภาพ รวมงบประมาณทั้งสิ้น 69,000 บาท (หกหมื่นเก้าพันบาทถ้วน) ณ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา

     โดยเมื่อวันที่ 1-3 สิงหาคม พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ลงพื้นที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ศูนย์พักพิงชั่วคราวในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ และศาลากลางจังหวัด และศูนย์พักพิงชั่วคราวในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อส่งต่อธารน้ำใจผู้มีจิตศรัทธา มอบสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น ให้แก่ผู้อพยพจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา รวมมูลค่า 1.5 ล้านบาท

     รวมงบประมาณการช่วยเหลือกรณีเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชาแล้วทั้งสิ้น 1,569,000 บาท (หนึ่งล้านห้าแสนหกหมื่นเก้าพันบาทถ้วน) โดยมูลนิธิฯ ยังคงติดตามสถานการณ์เพื่อพิจารณาการให้ความช่วยเหลือตามนโยบายการดำเนินงานของแผนกสาธารณภัย ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งต่อไป

     มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอขอบพระคุณผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมบริจาคทรัพย์ เครื่องอุปโภคบริโภค สมทบทุนช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ขอบุญบารมีหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ดลบันดาลให้ท่านและครอบครัว มีความสุขความเจริญ สุขภาพแข็งแรงตลอดไป และขอส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่-อาสาสมัครทุกท่าน ทุกหน่วย ที่ปฏิบัติภารกิจ รวมถึงพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ขอให้ทุกท่านปลอดภัย และขอให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็ววัน

      ตลอดระยะเวลากว่า 115 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่างๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยาก เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สามารถดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung

## ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ## 

#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

#ป่อเต็กตึ๊ง ยึดมั่นอุดมการณ์ อยู่เคียงข้างทุกวิกฤต

#ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด



วันพุธที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

"มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง" ขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมงานมหาบุญ มหากุศลครั้งยิ่งใหญ่ใน "ประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2568"

"มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง" ขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมงานมหาบุญ มหากุศลครั้งยิ่งใหญ่ใน "ประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2568"

ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับ พร้อมทำทานให้ผู้ยากไร้ ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

        มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ ขอเชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วมงานมหาบุญ มหากุศล ในประเพณีทิ้งกระจาด ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม - 19 กันยายน พ.ศ. 2568 ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับ พร้อมทำทานให้ผู้ยากไร้ ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

 โดยผู้มีจิตศรัทธา สามารถร่วมทำบุญได้ 2 ช่องทาง ดังนี้

1. ร่วมสักการะหลวงปู่ไต้ฮง และทำบุญบริจาคข้าวสารได้ที่ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

2. ทำบุญผ่านเว็บไซต์ทิ้งกระจาดออนไลน์:  https://pttfny.net/newsh

       ประเพณีทิ้งกระจาด ถือได้ว่า เป็นงานบุญที่ยิ่งใหญ่ที่ปฏิบัติสืบทอดมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล โดยมูลนิธิฯ ได้ปฏิบัติสืบเนื่องมาทุกปีเป็นเวลาช้านานไม่ต่ำกว่าอายุการก่อตั้งมูลนิธิฯ กว่า 115 ปี และคาดว่าจะเป็นมูลนิธิแห่งแรกที่จัดงานทิ้งกระจาดอย่างเป็นทางการและเป็นกิจจะลักษณะ เพราะถือว่าเป็นประเพณีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่เพื่อนมนุษย์ที่ล่วงลับไปแล้วทั้งที่เป็นญาติและไม่เป็นญาติพร้อมกับทำทานให้แก่ผู้ยากไร้ ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีผู้ใจบุญจะนำเครื่องเซ่นไหว้ เช่น ข้าวสารอาหารแห้ง และอื่นๆ มากราบไหว้หลวงปู่ เพื่อทำบุญสะเดาะเคราะห์ ซึ่งมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งจะรวบรวมไว้ไปสมทบกับสิ่งของที่จัดซื้อเพิ่มเติม เพื่อนำไปแจกจ่ายแก่ผู้ยากไร้ พร้อมนำมอบองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน 

ซึ่งในปี พ.ศ. 2568 มูลนิธิฯ กำหนดลงพื้นที่แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ยากไร้ รวม 3 จังหวัด ได้แก่ 

- วันที่ 26 สิงหาคม 2568 ที่สุสานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ตำบลโรงเข้ อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร

- วันที่ 12 กันยายน 2568 ที่คลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สาขาศรีราชา จังหวัดชลบุรี

- วันที่ 19 กันยายน 2568  ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

        มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอบุญบารมีองค์หลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ส่งผลให้ท่านและครอบครัว มีความสุข ความเจริญ สุขภาพร่างกายแข็งแรงตลอดปี ตลอดไป ติดต่อสอบถาม ติดตามข่าวสารกิจกรรม และการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง www.facebook.com/atpohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

"มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต"

#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

วันอังคารที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

บมจ.เออาร์ไอพี จับมือ คณะพาณิชยศาสตร์ฯ มธ. มอบรางวัล “THAILAND TOP CEO OF THE YEAR 2025”

บมจ.เออาร์ไอพี จับมือ คณะพาณิชยศาสตร์ฯ มธ.

มอบรางวัล “THAILAND TOP CEO OF THE YEAR 2025” 

เชิดชู สุดยอดผู้นำที่พร้อมนำองค์กรฝ่ามรสุมแห่งความผันผวน

        นิตยสาร BUSINESS+ โดย บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดงานมอบรางวัล THAILAND TOP CEO OF THE YEAR 2025 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ภายใต้แนวคิด “NAVIGATE THROUGH THE UNCERTAINTY ก้าวนำฝ่ามรสุมแห่งความผันผวน” เพื่อประกาศเกียรติคุณรางวัลแห่งความสำเร็จในการบริหารองค์กรของผู้บริหารสูงสุดชั้นนำของประเทศในอุตสาหกรรมต่างๆ และผู้บริหารดาวรุ่ง โดยได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ นุรักษ์ มาประณีต องคมนตรี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ผู้บริหารระดับสูงจากหลากหลายองค์กรเข้าร่วมรับรางวัลอย่างสมเกียรติ ณ ห้องบอลรูม โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ

นายมนู เลียวไพโรจน์ ประธานกรรมการ บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรแต่ละท่าน ต่างมีองค์ความรู้ ประสบการณ์และแนวทางการบริหารงานที่เป็นเอกลักษณ์ แต่ละท่านผ่านวิกฤติและโอกาสที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นความเปลี่ยนแปลงผู้บริโภค สภาพแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคม และความเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมที่แตกต่างกันไป งาน THAILAND TOP CEO OF THE YEAR  2025 ในครั้งนี้จึงได้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “NAVIGATE THROUGH THE UNCERTAINTY ก้าวนำฝ่ามรสุมแห่งความผันผวน” ขึ้นเพื่อสะท้อนภาพความสามารถของผู้นำองค์กรในการบริหารจัดการในหลากหลายมิติและฝ่าฝันจนไปสู่ความสำเร็จ การมอบรางวัลในปีนี้ จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ด้วยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาด้านการพาณิชยศาสตร์และการบัญชีระดับชั้นนำของประเทศ และมีชื่อเสียงในระดับสากล ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่า รางวัล THAILAND TOP CEO OF THE YEAR 2025 นี้ จะเป็นรางวัลสำคัญในการเสริมสร้างกำลังใจ ให้แก่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ให้ยังคงมุ่งมั่นที่จะยกระดับศักยภาพในการบริหารจัดการองค์กรให้เจริญงอกงามยั่งยืน สร้างคุณค่าให้แก่องค์กร และพนักงาน พร้อมๆ ไปกับร่วมกันดูแลสังคม ชุมชน สิ่งแวดล้อม อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศไทยต่อไป”

        ศาสตราจารย์ ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า “มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มุ่งเป็นสถาบันชั้นนำในภูมิภาค ด้วยหลักสูตรทันสมัยและงานวิจัยที่ตอบโจทย์สังคม โดยคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ในฐานะสถาบันการศึกษาและวิจัยด้านธุรกิจชั้นนำของไทย ได้ร่วมมือกับนิตยสาร BUSINESS+ จัดทำโครงการ “THAILAND TOP CEO OF THE YEAR” เพื่อศึกษารูปแบบความสำเร็จของผู้บริหารองค์กรในหลากหลายมิติ และมอบรางวัลแก่ผู้บริหารที่โดดเด่นในแต่ละอุตสาหกรรม โดยถือเป็นการยกย่องผู้นำที่ขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืนและความเป็นเลิศ นำมาสู่งานมอบรางวัล “THAILAND TOP CEO OF THE YEAR 2025” ในวันนี้ ผมขอแสดงความยินดีกับผู้บริหารทุกท่าน นับเป็นความสำเร็จของผู้บริหาร ที่ได้ทุ่มเทความรู้ ความสามารถและประสบการณ์เพื่อสร้างองค์กรที่มีความเข้มแข็ง สามารถแข่งขันกับองค์กรอื่นๆ ได้ ตลอดจนนำพาองค์กรไปสู่การพัฒนาความยั่งยืน”

         รองศาสตราจารย์ ผศ.ดร.อรพรรณ ยลระบิล รองคณบดีฝ่ายวิชาการและเครือข่ายพันธมิตร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า “คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มุ่งเป็นต้นแบบสถาบันการศึกษาด้านบัญชีและบริหารธุรกิจของไทย โดยได้รับการรับรองมาตรฐานระดับโลก จนเป็นสถาบันแรกของไทยที่ได้สถานะ Triple Crown การจัดโครงการ “THAILAND TOP CEO OF THE YEAR” ร่วมกับนิตยสาร BUSINESS+ มีเป้าหมายเพื่อศึกษารูปแบบความสำเร็จของผู้บริหารในหลากหลายมิติ ทั้งด้านผลการดำเนินงาน ลูกค้า พนักงาน สังคม และสิ่งแวดล้อม ตามแนวทาง ESG และมอบรางวัลแก่ผู้บริหารที่โดดเด่นในแต่ละอุตสาหกรรม เพื่อยกย่องผู้นำที่พาองค์กรสู่ความยั่งยืน งานมอบรางวัล “THAILAND TOP CEO OF THE YEAR 2025” ได้คัดเลือกผู้บริหารในแต่ละอุตสาหกรรม ที่ครอบคลุมหลากหลายมิติอย่างรอบด้าน และรางวัลนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่น ทุ่มเททั้งความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ของผู้บริหาร ในการสร้างองค์กรที่เข้มแข็ง มีความสามารถในการแข่งขัน และมุ่งสู่ความยั่งยืนในระยะยาว”

       สำหรับการมอบรางวัล  “THAILAND TOP CEO OF THE YEAR 2025”  จัดมอบรางวัลให้กับผู้บริหารสูงสุดขององค์กร จำนวน 10 ประเภทอุตสาหกรรม ดังนี้ 

1. อุตสาหกรรมเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร ได้แก่ คุณประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ

2. อุตสาหกรรมขนส่งและโลจิสติกส์ ได้แก่ คุณจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

3. อุตสาหกรรมการจัดจำหน่าย ได้แก่ คุณฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานบริหาร กลุ่มบริษัท วายแอลจี กรุ๊ป จํากัด

4. อุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้แก่ คุณสุภัค ลายเลิศ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แทนเจอรีน จำกัด

5. อุตสาหกรรมธนาคาร ได้แก่ คุณผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)

6. อุตสาหกรรมธุรกิจความงาม ได้แก่ คุณลภัสรดา เลิศภานุโรจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน)

7. อุตสาหกรรมประกันชีวิต ได้แก่ คุณสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)

8. อุตสาหกรรมประกันวินาศภัย ได้แก่ ดร.สมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน)

9. อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ ดร.ประทีป ตั้งมติธรรม ประธานคณะกรรมการบริษัท และประธานกรรมการบริหาร บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)

10. อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ได้แก่ คุณณัฐ วงศ์พานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (ซีอาร์จี)

ประเภท Rising Star จำนวน 5 รางวัล ได้แก่

11. คุณวุฒิพล ถาวรธวัช กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท ยูเอชจี

12. คุณศุภณัฐ สัจจะรัตนกุล กรรมการบริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เดอะ ฟู้ด ซีเล็คชั่น กรุ๊ป จำกัด

13. คุณรสรินทร์ ติยะวราพรรณ กรรมการบริหาร บริษัท มิราเคิล แพลนเนท จำกัด

14. คุณกัญญฉัชฌ์ เลิศธนไพบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมซัน รอเยล จำกัด

15. นายแพทย์ดิตถพงษ์ บุญอำพล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้อำนวยการโรงพยาบาล โรงพยาบาล เอส สไปน์ แอนด์ จอยท์

 



"สารวัตรแรมโบ้” รับรางวัล “๑ ปณิธานความดี เทิดไท้พระภูมีนนวมินทรา” ผู้ทำประโยชน์ต่อประเทศชาติ” จากอดีตนายกฯ ชวน

"สารวัตรแรมโบ้” รับ รางวัล “๑ ปณิธานความดี เทิดไท้พระภูมีนนวมินทรา”  ผู้ทำประโยชน์ต่อประเทศชาติ”  จากอดีตนายกฯ ชวน ลั่นจะทำงาน รับใช้สั...