วันอาทิตย์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2564

วันที่ 9 เดือน 9 ชุมพร...ก้าวสู่มหานครออร์แกนิคใจ

วันที่ 9 เดือน 9 ชุมพร...ก้าวสู่มหานครออร์แกนิค

     ชุมพร เป็นที่ชุมนุมพร เราจึงมีสิ่งดีๆ มากมาย จนเรียกได้ว่า “มหานครแห่งโอกาส” โดยเฉพาะโอกาสด้านการผลิจสมุนไพรและอาหาร ที่ผสมผสานกับการท่องเที่ยวท่องเที่ยวได้อย่างลงตัว โดยจังหวัดชุมพรตั้งอยู่ในจุดเชื่อมโลกที่แคบที่สุดคือ จากปากน้ำหลังสวน จังหวัดชุมพรถึงอ่าวอ่าง ต.ราชกรูด จ.ระนอง ระยะทางเพียง 90 กิโลเมตร และรัฐได้กำหนดให้ชุมพร เป็นหนึ่งใน 4 จังหวัดภายใต้ SEC ซึ่งมีทั้งโครงการ ก่อสร้าง Smart Port ทั้ง 2 อ่าว พร้อมทั้งจะสร้าง Land Bridge ทางรถไฟและทางรถยนต์เชื่อมสองฝั่ง และยังมีโครงการ Thailand Rivera ซึ่งในอนาคต ชุมพรจะเป็นมหานครที่ผู้คนทั้งไทยและต่างประเทศจะหลั่งไหลเข้ามาหาสิ่งที่เขาต้องการ 


       ดังนั้น ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนจึงเตรียมการด้านต่างๆ ไว้รองรับนักลงทุนและนักท่องเที่ยวที่จะหลั่งไหลมาชุมพร โดยเฉพาะการเตรียมการด้านอาหารออร์แกนิค ซึ่งภาครัฐ โดยสำนักงานเกษตรจังหวัด จัดทำโครงการ “เกษตรอินทรีย์วิถีชุมพร” ส่วนภาคเอกชนก็ทุ่มให้กับงานด้านนี้ โดยคุณทวีวัฒน์ เครือสาย นายกสมาคมประชาสังคมจังหวัดชุมพร ร่วมกับ สสส. ขับเคลื่อนเกษตรสุขภาวะ, ไสว แสงสว่าง ผู้จัดการธนาคารต้นไม้คนแรกของโลก ได้จัดตั้งสมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืน SDGsPGS จังหวัดชุมพร ผลักดันเรื่อง “เกษตรอินทรีย์” แบบเต็มที่, คุณพิสิฐ ชำมะนาด เลขานุการสมาพันธ์ รวมทั้งกรรมการสมาพันธ์ประจำอำเภอทุกอำเภอ ก็จัดตั้งวิสาหกิจชุมชน เพื่อทำหน้าที่ขับเคลื่อน “เกษตรอินทรีย์” ในพื้นที่ของตนเอง, คุณจเร-คุณอาภรณ์ พรหมมาศ ครอบครัวออร์แกนิค เจ้าของเขาอองฟาร์ม อำเภอหลังสวน ซึ่งเป็นสวนไม้ผลออร์แกนิคที่สามารถแก้ปัญหาและพัฒนาสวนไม้ผลจนถึงขั้นส่งออกผลไม้ไปมาเลเซีย สิงคโปร์และสหรัฐอาหรับเอมิเรสตร์


   ประกอบกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ชาวโลกมีความห่วงใยในสุขภาพอนามัยและหันมาสนใจสมุนไพรและอาหารออร์แกนิค ในขณะที่กลุ่มหลานๆ กับธนาคารสมอง : Chumphon New Gen และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานเกษตรจังหวัดชุมพร, มหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร และวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชุมพร ที่ได้รวมตัวกันเป็น “ครอบครัวออร์แกนิค” ได้ขับเคลื่อนงานด้านออร์แกนิคมาระยะหนึ่ง มีความเห็นร่วมกันว่า ถึงเวลาที่จะเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส ในการขับเคลื่อน “ชุมพร...สู่มหานครออร์แกนิค” โดยเริ่มจากการจัดงาน “9 เดือน 9 ชาวชุมพร ก้าวสู่มหานครออร์แกนิค” ซึ่งมีกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น ครอบครัวออร์แกนิค โดยทีมงาน New Gen นำทีมโดยโอ๋ ออร์แกนิค ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางระหว่างผู้ผลิตกับผู้บริโภค โดยจะบอกเล่าเรื่องราวของคนที่ทำเกษตรอินทรีย์เพื่อเผยแพร่ความรู้ เทคนิคในการผลิตและแปรรูปให้แพร่หลายไปสู่สายตาประชาชน และมี Organic Farm Outlet Delivery ทำหน้าที่ส่งมอบสินค้าออร์แกนิคผ่านช่องทางขนส่งไปสู่ผู้บริโภคโดยทีมงาน Kerry และSpider ที่จะช่วยขนส่งสินค้าออร์แกนิคจากฟาร์มไปสู่ครัวในแต่ละอำเภอ


พร้อมชมการสาธิตการทำอาหารจากครัวออร์แกนิค ที่เชฟคิงส์จะทำอาหารเมนูบ้านๆ อาหารออร์แกนิคที่เป็น Signature Menu นั่นก็คือ ซุปกุ้งน้ำใสและต้มข่า ด้วยกุ้งสดๆ จากลุ่มน้ำสวี ที่ออกแบบและปรุงโดยไม่ต้องใช้ กะทิ แต่ใช้เครื่องปรุงออร์แกนิค (อนาคตเราจะทยอยเปิดร้านอาหารชุมชนที่นำวัตถุดิบออร์แกนิคมาปรุงเป็นอาหารบริการผู้บริโภค เช่น "ครัวหิ้วชั้น" จากอำเภอละแมที่มีผู้บริโภคกว่าร้อยครัวเรือน คอยติดตามสั่งเมนูอร่อยๆไปทาน มีบริการส่งเสริฟถึงโต๊ะฟรี) และมีการถ่ายทอดสดผ่านเพจ:ครอบครัวออร์แกนิค ในวันที่ 9 กันยายน 2564 เวลา 07.00-11.00 น. ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชุมพร


      และเวลา 18.00-22.00 น. ณ เขาอองฟาร์ม อำเภอหลังสวน โดยจะมีกิจกรรมเสวนาโดยการ live สดผ่านเพจ:ครอบครัวออร์แกนิค เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ชาวชุมพรรู้เรื่องออร์แกนิค 100% หรือ “ชุมพร....ก้าวเข้าสู่มหานครออร์แกนิค คือ อะไร ? เป็นไปได้จริงหรือ ?” เพื่อให้ผู้ชมได้รับรู้ สนใจและเข้ามาเป็น “ครอบครัวออร์แกนิค” เพื่อช่วยกันขับเคลื่อนชุมพรให้เป็นมหานครออร์แกนิคตามวัตถุประสงค์ เป้าหมาที่กำหนดไว้ในแผนการขับเคลื่อนชุมพร..สู่มหานครออร์แกนิค” ภายในปี 2568 โดยจะดำเนินการเสวนาในลักษณะการพูดคุย โดยมีดร.สถิตย์ ลิ่มพงษ์พันธุ์ วุฒิสมาชิก เป็นวิทยากรมาพูดถึงนโยบาย, องค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร จะมาพูดคุยถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยว, นายธีระศักดิ์ ยมสวัสดิ์ เกษตรจังหวัดชุมพร นายไสว แสงสว่าง ประธานสมาพันธ์ เกษตรกรรมยั่งยืน SDGsPGS จังหวัดชุมพร และนายวีระ ปัจฉิมเพ็ชร กรรมการสมาพันธ์ฯ จะมาพูดถึงการขับเคลื่อนนโยบาย และนางอาภรณ์ พรหมมาศ เจ้าของสวนออร์แกนิค เขาอองฟาร์ม เกษตรต้นแบบที่หักดิบการทำสวนเคมีไปสู่อินทรีย์ ทิ้งเงินล้านไปหาความสุขกายและสุขใจ แต่สุดท้ายขายทุเรียนสดส่งออกไปดูไบดำ มาเล สิงโปร์ ได้กิโลละ 300 กว่าบาท  จะมาพูดคุยถึงการปฏิบัติงานอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ  โดยมีนายวิโรจน์  แสงบางกา ประธานธนาคารสมอง จังหวัดชุมพร เป็นผู้ดำเนินการเสวนา


          เป็นเรื่องน่าสนใจมากๆ สำหรับ “ชุมพร....ก้าวเข้าสู่มหานครออร์แกนิค" ถ้ามีโอกาสก็ลไปท่องเที่ยวจังหวัดชุมพรกันนะครับ


พิธียกฉัตรบารมีพระพุทธภัทรมงคลมุนี ฉัตรพระมหากัจจายนเถระ ฉัตรพระอุปคุตเถระ และพิธีเททองหล่อท้าวเวสสุวรรณ ณ วัดวชิรธรรมาวาส

พิธียกฉัตรบารมีพระพุทธภัทรมงคลมุนี ฉัตรพระมหากัจจายนเถระ ฉัตรพระอุปคุตเถระ และพิธีเททองหล่อท้าวเวสสุวรรณ ณ วัดวชิรธรรมาวาส


      ส.ว.จิรชัย มูลทองโร่ย ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี คนที่ 22 ชณทัต ปัทะมะภวดล เลขานุการบริหารหอการค้า ไทย-มัลดีฟส์ เป็นประธานร่วมในพิธียกฉัตรบารมีพระพุทธภัทรมงคลมุนี ฉัตรพระมหากัจจายนเถระ ฉัตรพระอุปคุตเถระ และพิธีเททองหล่อท้าวเวสสุวรรณ ณ วัดวชิรธรรมาวาส ในวันที่ 9 กันยายน 2564 (๙ เดือน ๙)”


      วัดวชิรธรรมาวาส เป็นวัดในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมมหาสังฆปริณายก เจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร โดยมี พระครูโฆษิตสุทธสร เป็นเจ้าอาวาสวัดวชิรธรรมาวาส ซึ่งเป็นพระครูฐานานุกรมในเจ้าประคุณสมเด็จพระสังฆราช และเป็นพระเลขาฯ สมเด็จพรระมหาวีรวงศ์ (สุชิน อคฺคชิโน) สมเด็จพระราชาคณะฝ่ายธรรมยุติกนิกาย กรรมการมหาเถรสมาคม ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 4-5 และภาค 6-7 แม่กองธรรมสนามหลวง แม่กองงานพระธรรมทูต หัวหน้าพระธรรมทูตสายที่ 7 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร


       วัดวชิรธรรมาวาส หรือ วัดเฉลิมพระเกียรติ พระบรมราชานุสรณ์ 200 ปีรัชกาลที่ 4 เป็นวัดสุดท้าย ที่ได้รับอนุมัติให้สร้าง ในเขตกรุงเทพมหานคร ของคณะธรรมยุต ที่ตั้งอยู่ติดกับคลองหลวงแพ่ง สุดเขตกรุงเทพมหานคร มีเนื้อที่ 60 กว่าไร่ อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างศาลาปฏิบัติธรรม อุโบสถพระเจดีย์ กุฏิสงฆ์ โรงเรียนพระปริยัติธรรม ที่สำคัญพื้นที่เดิมเป็นทุ่งนา ไม่มีต้นไม้ คณะดำเนินการสร้างวัด จึงได้ดำเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์ด้วยการขุดสระน้ำ ปลูกต้นไม้ทำสวนป่าไม้ ร่มรื่นเหมาะกับเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม ในเขตกรุงเทพฯ แห่งใหม่ เน้นเรื่องการอยู่กับธรรมชาติ วิถีชีวิตชุมชนแบบเรียบง่ายตามแบบฉบับสายวัดป่าที่ต้องการความเป็นรมณียสถานสัปปายะ


           สำหรับผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมสนับสนุนการปลูกสวนป่า และร่วมบุญกับทางวัด สามารถติดต่อกับทางวัดได้โดยตรงที่ เลขานุการเจ้าอาวาสวัดวชิรธรรมาวาส พระอาจารย์อคิณ อรุโณ เบอร์ติดต่อ 061-9598695


วันเสาร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2564

โครงการน้อมรำลึกพระคุณพ่อของแผ่นดิน (ร.๙) ปลานิลสินในน้ำ

โครงการน้อมรำลึกพระคุณพ่อของแผ่นดิน (ร.๙) ปลานิลสินในน้ำ


    วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชุมพร จัดกิจกรรมมอบพันธ์ปลานิล 999,999 ตัว ภายใต้โครงการ "น้อมรำลึกพระคุณพ่อของแผ่นดิน (ร.๙) ปลานิลสินในน้ำ"  โดยมีหน่วยราชการ ผู้แทนชุมชน และประชาชนร่วมรับฟังและเข้าร่วมพิธีเปิดโครงการ "น้อมรำลึกพระคุณพ่อของแผ่นดิน (ร.๙) ปลานิลสินในน้ำ" จากส่วนกลาง ผ่านการเผยแพร่ทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Zoom Cloud Meeting)  พร้อมกันทั่วประเทศ จากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนครราชสีมา โดยมีคุณหญิงกัลยา  โสภณพาณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดงาน และภายในงานยังมีหน่วยงานต่างๆ มาเข้าร่วมกิจกรรมโครงการ "ชุมพร สู่มหานครออร์แกนิค" ด้วย ณ บริเวณอาคารร้านค้าสวัสดิการ นักเรียน นักศึกษา วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชุมพร เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2564


            หลังจากทำพิธีเปิดโครงการ "น้อมรำลึกพระคุณพ่อของแผ่นดิน (ร.๙) ปลานิลสินในน้ำ" แล้ว ว่าที่ร้อยตรีนิพนธ์ ภู่พลับ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชุมพร ได้กล่าวต้อนรับนายพิทักษ์ พิศสิริวัฒนสุทธิ์ ปลัดจังหวัดชุมพร,  นายอุดม ศรีสมทรง พาณิชย์จังหวัดชุมพร,  นายวิโรจน์  แสงบางกา ประธานธนาคารสมองจังหวัดชุมพร และแขกผู้มีเกียรติ 

   

      จากนั้นนายพิทักษ์  พิศสิริวัฒนสุทธิ์ ปลัดจังหวัดชุมพร ให้เกียรติเป็นประธานมอบพันธ์ปลานิลจำนวน 30,000 ตัว พร้อมกับมอบพืชสมุนไพรฟ้าทลายโจร จำนวน 1,000 ต้น และกระชายขาว จำนวน 1,000 ต้น ให้กับหน่วยงานและผู้แทนชุมชนต่างๆ ได้แก่ นางสุภาพร  เพชรสมุทร ผู้แทนจากตำบลตะโก,  กำนัลธวัต เกตุแก้ว ผู้แทนจากตำบลทุ่งตะไคร  และนายอุดมศักด์ คงมี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ตำบลช่องไม้แก้ว ผู้แทนจากตำบลช่องไม้แก้ว

     หลังจากนั้น นายพิทักษ์  พิศสิริวัฒนสุทธิ์ ปลัดจังหวัดชุมพร, ว่าที่ร้อยตรีนิพนธ์ ภู่พลับ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชุมพร อาจารย์ บุคลากร และผู้เข้าร่วมงานทุกท่านได้ร่วมกันปล่อยพันธ์ุปลานิล ณ บริเวณสระน้ำ 25 ไร่ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชุมพร



และร่วมชมบูธนิทรรศการจากโครงการ "ชุมพร สู่มหานครออร์แกนิค" Smart Shop นิมิตใหม่ในการ Shopping ชมช้อป สินค้าร้านชุมพรออร์แกนิค อาทิ พืชผัก ผลไม้ออร์แก​นิค​ เช่น ทุเรียนออร์แก​นิค​ ลองกอง​ออร์แก​นิค​ มังคุด​ออร์แก​นิค พร้อมร่วมปล่อยคาราวาน Delivery  โดยมี Spider และ Kerry ทำหน้าที่ Delivery ส่งภายในพื้นที่และนอกพื้นที่ชุมพร  ปิดท้ายด้วยการชมการสาธิตทำอาหารออร์แกนิค โดยเชพคิง (เชพชุมพรที่ทำงานที่มัลดีฟ) โดยผู้เข้าร่วมงานในครั้งนี้ ได้มีการปฏิบัติตามมาตราการการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด–19 อย่างเคร่งครัด



        ว่าที่ร้อยตรีนิพนธ์ ภู่พลับ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชุมพร กล่าวว่า วันนี้เป็นวันที่ 9 เดือน 9 เวลา 9.09 น. ถือเป็นวันดีที่ ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มีนโยบายมอบให้วิทยาลัยเกษตรและประมงทั่วประเทศทั้ง 47 แห่ง ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการได้ร่วมแรงร่วมใจกันจัดโครงการ "น้อมรำลึกพระคุณพ่อของแผ่นดิน (ร.๙) ปลานิลสินในน้ำ" ซึ่งเป็นโครงการที่วิทยาลัยเกษตรและประมงจัดงานกันทั่วประเทศโดยมีการปล่อยปลานิลวันนี้ 999,999 ตัว รวมทั้งยังได้มอบพืชสมุนไพรฟ้าทะลายโจรและกระชายขาวให้กับพี่น้องประชาชนโดยผ่านผู้นำท้องถิ่นที่มาเป็นตัวแทนรับมอบ



        โครงการ "น้อมรำลึกพระคุณพ่อของแผ่นดิน (ร.๙)  ปลานิลสินในน้ำ" ในวันนี้ทำกันทั้งประเทศ เพื่อเป็นการน้อมรำลึกเคารพรักถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลที่ 9 ซึ่งพวกเราวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชุมพรได้สืบสานต่อยอดดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องจนถึงทุกวันนี้ 

วันพฤหัสบดีที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2564

บาร์บีคิวพลาซ่า จับมือ คิวเฟรช เอาใจสายซีฟู้ด เปิดตัวชุดอาหารพร้อมปรุง “GON กับแก๊งกุ้ง” และ “GON ยกมาทั้งทะเล”

บาร์บีคิวพลาซ่า จับมือ คิวเฟรช  เอาใจสายซีฟู้ด เปิดตัวชุดอาหารพร้อมปรุง “GON กับแก๊งกุ้ง” และ “GON ยกมาทั้งทะเล”

     เตรียมขึ้นแท่นสินค้าขายดี เดินหน้ารุกหนักตลาดโมเดิร์นเทรดเขย่าวงการอุตสาหกรรมอาหารอีกครั้ง เมื่อแบรนด์ดัง “บาร์บีคิวพลาซ่า” และ “คิวเฟรช” ร่วมมือกันเปิดตัวชุดอาหารพร้อมปรุง (Ready To Cook) “GON กับแก๊งกุ้ง” และ “GON ยกมาทั้งทะเล” ชูจุดเด่นจากการคัดสรรอาหารทะเลคุณภาพดี สด ใหม่ ส่งตรงจากทะเล อาทิ เนื้อปลาแซลมอน ปลาหมึก หอยแมลงภู่ และกุ้ง พร้อมเสิร์ฟควงคู่มากับโปรดักส์ซิกเนเจอร์จากบาร์บีคิวพลาซ่าอย่าง คามะจัง และน้ำจิ้มบาร์บีคิวสูตรดั้งเดิม ที่ครองใจคนไทยมายาวนานกว่า 34 ปี ตอบโจทย์อินไซต์ผู้บริโภคที่ชื่นชอบการทำอาหารรับประทานเองที่บ้าน พร้อมวางขายแล้ววันนี้ที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ ได้แก่ กูร์เมต์ มาร์เก็ต โลตัส ท็อปส์ ในราคาสุดพิเศษเริ่มต้นที่ 179 บาทเท่านั้น


      ผู้บริหารหัวเรือใหญ่ คุณบุณย์ญานุช บุญบำรุงทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายสร้างโอกาสทางการตลาด กลุ่มธุรกิจอาหาร ฟู้ดแพชชั่น เผยว่า “ถือเป็นอีกครั้งสำคัญในการสานต่อกลยุทธ์ Licensing Partnerships ที่เราทำมาตลอดตั้งแต่ต้นปี ครั้งนี้เราได้จับมือกับไทยยูเนี่ยน ซึ่งเป็นผู้นำธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งในไทย ร่วมคิดค้นโปรดักส์ใหม่ที่ตอบโจทย์ และรองรับพฤติกรรมผู้บริโภค ที่ยังคงเลือกช้อปสินค้าจากซุปเปอร์มาร์เก็ต นำกลับไปปรุงอาหารรับประทานเองที่บ้าน ซึ่งจะวางจำหน่ายในชื่อชุดสไตล์บาร์บีคิวพลาซ่าอย่าง “GON กับแก๊งกุ้ง” และ “GON ยกมาทั้งทะเล” ขยายฐานลูกค้า เตรียมขึ้นแท่นสินค้าขายดี หนุนยอดขายให้แก่พาร์ทเนอร์ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยความพิเศษครั้งนี้นอกจากจะเป็นอีกช่องทางการสร้างรายได้ให้กับแบรนด์ จากการเก็บค่า GP สินค้ากับพาร์ทเนอร์แล้ว เรายังเตรียมจัดเซอร์ไพรส์สุดพิเศษให้แก่แฟนบาร์บีคิวพลาซ่า ด้วยการรังสรรค์เมนูใหม่สุดเอกซ์คลูซีฟ โดยการใช้วัตถุดิบหลักของไทยยูเนี่ยน เตรียมบุกตลาดเดลิเวอรี เร็วๆ นี้ อยากให้รอติดตาม”

               ด้าน ธนโชติ บุญมีโชติ ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการตลาด บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างคิวเฟรชและฟู้ดแพชชั่น ภายใต้แบรนด์บาร์บีคิวพลาซ่าในครั้งนี้ ยังคงขานรับความต้องการของผู้บริโภคเป็นหลักที่ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับบ้าน และมองหาวัตถุดิบอาหารที่สดใหม่ รวมถึงรสชาติเหมือนรับประทานในร้าน  การจับมือกันครั้งนี้ยังสร้างความหลากหลาย และเป็นตัวเลือกใหม่ของผลิตภัณฑ์อาหารทะเลพร้อมปรุงเอาใจทั้งสายปิ้ง ย่าง ต้ม หรือลวก ที่มาพร้อมกับมาตรฐานการผลิตระดับโลก เราการันตีการคัดสรรคุณภาพวัตถุดิบ ผสานกรรมวิธีการผลิตที่ทันสมัย ทำให้สินค้าคิวเฟรชคงความสดใหม่ไว้อย่างเต็มเปี่ยม พร้อมรักษาคุณค่าทางโภชนาการ ซึ่งมีจุดเด่น คือ เรามั่นใจในความปลอดภัยของผู้บริโภค การันตีไม่มีฟอร์มาลีน สามารถตรวจสอบกรรมวิธีการผลิตได้ทุกขั้นตอน สะดวกและไม่ยุ่งยากต่อการนำไปปรุงอาหาร คงคอนเซ็ปต์ “ฟรีซความสดใหม่ ให้ชีวิตลงตัว” 


        ร่วมเปิดตำนานความอร่อยสไตล์ปิ้งย่างในชุด “GON กับแก๊งกุ้ง” และ “GON ยกมาทั้งทะเล”  จากบาร์บีคิวพลาซ่า และคิวเฟรช ได้แล้ววันนี้ ที่ซุปเปอรมาร์เก็ตชั้นนำทั่วประเทศ

        สอบถาม และติดตามกิจกรรมดีๆ ได้ที่ www.barbqplaza.com, Facebook Bar B Q Plaza Thailand  และ www.qfreshshop.com, Facebook Qfresh Shop, ไลน์ @QfreshShop

 





LONG COVID เรื่องต้องรู้เมื่อหายจาก COVID-19

LONG COVID เรื่องต้องรู้เมื่อหายจาก COVID-19 

      รู้เท่าทันลองโควิด (Long Covid) ผลกระทบต่อร่างกายในระยะยาวหลังจากการรักษา COVID-19 หายแล้ว  ในแต่ละบุคคลมีความรุนแรงของโรคขณะติดเชื้อที่แตกต่างกัน จึงทำให้วิธีการฟื้นฟูร่างกายก็ไม่เหมือนกัน เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมรับมือควรรู้ถึงอาการเบื้องต้นเพื่อที่จะสามารถดูแลตัวเองให้ถูกวิธีได้ 

           รศ.พญ.พรรณพิศ สุวรรณกูล อายุรแพทย์ด้านโรคติดเชื้อ คลินิกอายุรกรรม โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า ลองโควิด (Long Covid) เป็นภาวะหรืออาการที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วย COVID-19 หลังจากได้รับเชื้อนาน 4 สัปดาห์ไปจนถึง 12 สัปดาห์ขึ้นไป อาการที่พบจะหลากหลายและแตกต่างกันไป ส่วนใหญ่จะพบในผู้ป่วย COVID-19 ที่เชื้อลงปอดและมีโรคเรื้อรังร่วมด้วยจนทำให้ปอดทำงานหนัก ไม่แข็งแรง จากเดิมที่ปอดมีความยืดหยุ่นก็จะเริ่มแข็งและอาจเกิดแผลหรือพังผืดต่างๆ ในเนื้อปอดได้ ส่งผลทำให้แลกเปลี่ยนออกซิเจนได้ไม่เต็มที่ เหนื่อยง่าย หายใจไม่เต็มปอด และมีอาการผิดปกติอื่นๆ ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลและมักจะพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย อาการของลองโควิดที่พบบ่อย เช่น มีอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง เหนื่อยง่าย อ่อนแรง หายใจลำบาก หายใจติดขัด หายใจไม่อิ่ม ปวดศีรษะ สมาธิจดจ่อลดลง ความจำผิดปกติ ไอ เจ็บแน่นหน้าอก ปวดกล้ามเนื้อ ข้อต่อ ท้องร่วง ท้องเสีย จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส ซึมเศร้า เครียด และวิตกกังวล ในส่วนของภาวะแทรกซ้อนในระยะยาวที่อาจเกิดขึ้นได้คือ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ (Myocarditis) สมองล้า (Brain Fog) ภาวะพร่องทางระบบประสาทอัตโนมัติ (Dysautonomia) ภาวะอาการอักเสบของปลอกหุ้มเส้นประสาท (Guillain-Barre Syndrome) โรคไฟโบรมัยอัลเจีย หรือโรคปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง มีความไวในการรับรู้ความรู้สึกเจ็บปวดมากกว่าปกติ (Fibromyalgia) โรคนอนไม่หลับ (Insomnia)

          โดยเมื่อได้รับการรักษาจนหายจาก COVID -19 แล้ว คนไข้ควรหมั่นสังเกตอาการของตัวเอง เพราะแพทย์จะรักษาลองโควิดตามอาการเป็นหลัก หากพบว่ามีอาการตามที่กล่าวมาแล้วเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที อาการต่างๆจะดีขึ้นตามลำดับ นอกจากนี้การตรวจร่างกายอย่างเป็นประจำตามคำแนะนำของแพทย์จะช่วยให้รู้ทันความผิดปกติที่เกิดขึ้นและสามารถดูแลตนเองได้อย่างเหมาะสม และสำหรับคนที่หายจาก COVID-19 แล้วนั้นไม่แนะนำให้ออกกำลังกายมากจนเกินไป ควรเป็นการออกกำลังแบบเบาๆ เพื่อให้ปอดไม่ทำงานหนักจนเกินไปเพื่อร่างกายจะได้ค่อยๆ ฟื้นและปรับตัวกลับสู่สภาวะที่แข็งแรง

ภาวะลองโควิดยังไม่มีสาเหตุแน่ชัด แต่สามารถทำให้เกิดความผิดปกติกับร่างกายและจิตใจของผู้ที่หายจาก COVID-19 ได้ แพทย์แนะนำให้สังเกตตัวเองอย่างละเอียด ประเมินร่างกายตนเองอยู่เสมอ และฟื้นฟูร่างกายอย่างถูกต้อง หากมีอาการที่ทำให้รบกวนการใช้ชีวิตต้องรีบพบแพทย์เพื่อรักษาทันที ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้จนรุนแรงเพราะจะส่งผลต่อร่างกายในระยะยาวได้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คลินิกอายุรกรรม รพ.กรุงเทพ โทร.1719  หรือ แอดไลน์ @bangkokhospital 


วันพุธที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2564

ททท. รับรางวัล PATA Gold 2021

ททท. รับรางวัล PATA Gold 2021 ผลงาน “แนวทางการเปิดรับนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ Special Tourist VISA (STV)” ในสาขา MA: Marketing Campaign (National-Asia


        นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นตัวแทน ททท. รับรางวัล PATA Gold Awards 2021 ซึ่งจัดโดย Pacific Asia Travel Association สำหรับผลงาน “แนวทางการเปิดรับนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ Special Tourist VISA (STV)” ในสาขา MA: Marketing Campaign (National-Asia) วันที่ 8 กันยายน 2564


     STV เป็นเครื่องมือในการเปิดประเทศ และต่อยอดไปสู่กิจกรรมทางการตลาดต่าง ๆ เช่น Golf Quarantine, Yacht Quarantine, Happy Quarantine ฯลฯ อันนำมาซึ่งการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019


    จากสถานการณ์การระบาดของไวรัส-19 ที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของโลกเป็นอย่างมาก เนื่องจากการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศ เพื่อการควบคุมการระบาดของโควิด-19 ซึ่งทำให้ประเทศไทยและอีกหลายประเทศท่องเที่ยว สูญเสียรายได้มหาศาล อย่างไรก็ดียังมีความต้องการของนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางเข้ามายังประเทศไทยอยู่ ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงได้ผลักดันทางออกที่จะเป็นช่องทางให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้าประเทศไทยได้ไปพร้อมกับความปลอดภัยในการควบคุมการระบาดของโควิด-19 จึงเป็นที่มาของ Special Tourist Visa (STV) อันเป็นวีซ่าประเภทพิเศษที่เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวที่มีความประสงค์ที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวและพำนักระยะยาวในประเทศไทย


     โดย STV นั้น เป็นวีซ่าที่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาพำนักได้เป็นระยะเวลา 90 วัน และต่อออกไปได้อีก 2 ครั้ง ครั้งละ 90 วัน ในขณะที่นักท่องเที่ยวนั้น จะต้องยอมรับมาตรการทางสาธารณสุขของไทย ทั้งในการกักตัวใน Alternative State Quarantine หรือ Alternative Local Quarantine และการติดตามตัว


                ทั้งนี้ STV เป็นมาตรการตั้งต้นที่ในการเปิดรับนักท่องเที่ยวเข้าสู่ประเทศไทยควบคู่ไปกับมาตรการในการควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19 และนำไปสู่การต่อยอดยังกิจกรรมด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยวต่าง ๆ อาทิเช่น Golf Quarantine, Yacht Quarantine, Happy Quarantine ฯลฯ อันนำมาซึ่งการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่ง STV ก็ยังสามารถสร้างรายได้ให้แก่ภาคอุตสาหกรรมแม้ในยามที่ภาคท่องเที่ยวยังมีข้อจำกัดอยู่อย่างมากก็ตาม

#SpecialTouristVisa

"สารวัตรแรมโบ้” รับรางวัล “๑ ปณิธานความดี เทิดไท้พระภูมีนนวมินทรา” ผู้ทำประโยชน์ต่อประเทศชาติ” จากอดีตนายกฯ ชวน

"สารวัตรแรมโบ้” รับ รางวัล “๑ ปณิธานความดี เทิดไท้พระภูมีนนวมินทรา”  ผู้ทำประโยชน์ต่อประเทศชาติ”  จากอดีตนายกฯ ชวน ลั่นจะทำงาน รับใช้สั...