วันอังคารที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2564

DITP ปลื้ม “The Marché Online Business Matching by STYLE Bangkok” จบสวย

DITP ปลื้ม “The Marché Online Business Matching by STYLE Bangkok” จบสวย                                             

             กิจกรรมการเจรจาการค้าผ่านช่องทางออนไลน์ หรือ The Marché Online Business Matching by STYLE Bangkok (OBM) ซึ่งจัดขึ้น โดย กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ระหว่างวันที่ 23-25 สิงหาคมที่ผ่านมา มีบริษัทผู้นำเข้าจาก 17 ประเทศ ได้แก่ เกาหลีใต้ จีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน ไนจีเรีย บังกลาเทศ ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ลาว เวียดนาม สเปน สหรัฐอเมริกา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สิงคโปร์ อาร์เจนตินา อินเดีย และฮ่องกง รวม 41 ราย เข้าร่วมเจรจาการค้ากับผู้ส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นไทยจำนวน 89 ราย สามารถจับคู่เจรจาธุรกิจสำเร็จ 170 คู่เจรจา และสร้างมูลค่าซื้อขายคาดการณ์ 1 ปี กว่า 57.4 ล้านบาท

                กิจกรรม OBM จัดขึ้นเพื่อให้ผู้ส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นไทยได้มีโอกาสเข้าถึงตลาดที่มีศักยภาพ พร้อมเปิดตลาดใหม่กับคู่ค้ารายใหม่ๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศและเร่งรัดขยายมูลค่าส่งออกในยุค New Normal ตามนโยบายนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่สำคัญคือเป็นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยปรับตัวรับสถานการณ์โควิด-19 และช่วยให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้ท่ามกลางสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปในยุคปัจจุบัน

             โดยกิจกรรมการเจรจาการค้าออนไลน์ในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ The Marché by STYLE Bangkok (เดอะ มาเช่ บาย สไตล์ แบ็งค็อก) ซึ่งจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการตลาดให้ผู้ผลิต ผู้ส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นไทยได้มีเวทีเจรจาการค้า ซื้อขายกับผู้ซื้อ-ผู้นำเข้า และผู้สนใจ ทั้งจากต่างประเทศและในประเทศ ผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ โดยงานจัดแสดงสินค้าระหว่างวันที่ 6-10 ตุลาคม 2564 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์


                                                                         


วันอาทิตย์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2564

ททท.สำนักงานลำปาง ร่วมกับ ชมรมร้านอาหารจังหวัดลำพูน ประชุมสรุปกิจกรรมแอ่วม่วนกิ๋นลำ@ลำพูน

ททท.สำนักงานลำปาง ร่วมกับ ชมรมร้านอาหารจังหวัดลำพูน ประชุมสรุปกิจกรรมแอ่วม่วนกิ๋นลำ@ลำพูน



            นายวิสูตร บัวชุม ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานลำปาง ร่วมประชุมกับชมรมร้านอาหารจังหวัดลำพูน สรุปกิจกรรมแอ่วม่วนกิ๋นลำ@ลำพูน ตั้งแต่ 1 เมษายน-31 กรกฎาคม 2564 (รวม 4 เดือน) มีผู้ใช้คูปองชิงโชค 17,256 ใบ (คน) แยกเป็นคนลำพูน 8,990 คน จากต่างจังหวัด 8,266 คน พร้อมจับรางวัลกว่า 100 รางวัล


     ททท.สำนักงานลำปางยินดีกับผู้โชคดีทุกคนโดยเฉพาะรางวัลเครื่องซักผ้ามูลค่า 9,000 บาท ตรวจสอบรายชื่อได้ที่เพจ : ททท.สำนักงานลำปาง ครับ

วันเสาร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2564

ร่วมพิธีส่งมอบอุปกรณ์ช่วยเหลือและชุดปันน้ำใจสู้ภัยโควิด-19 ให้กับคนพิการ จ. ชายแดนใต้

ร่วมพิธีส่งมอบอุปกรณ์ช่วยเหลือและชุดปันน้ำใจสู้ภัยโควิด-19 ให้กับคนพิการ จ. ชายแดนใต้


        คุณวัลวิสา พงศ์อักษร กรรมการผู้จัดการ บริษัท คราวน์ คัปเปิลส์ เอวิเอชั่น อีควิปเม้นท์ ซัพพลายส์ แอนด์ เซอวิสเซส  เข้าร่วมพิธีส่งมอบอุปกรณ์ช่วยเหลือและชุดปันน้ำใจสู้ภัยโควิด-19 โดยมอบข้าวสาร จำนวน 2 ตัน ให้กับมูลนิธิพัฒนาศักยภาพคนพิการเพื่อส่งต่อไปให้กับคนพิการจังหวัดชายแดนใต้  “โครงการแม่บ้านทัพฟ้า พัฒนาศักยภาพคนพิการ จังหวัดชายแดนใต้ ประจำปี 2564” จัดโดย ชุมนุมนายเรืออากาศ รุ่น 31 และมูลนิธิพัฒนาศักยภาพคนพิการ ร่วมกับสมาคมแม่บ้านทหารอากาศ โดยมีผู้แทนสภากาชาดไทย ตัวแทนคนพิการจังหวัดชายแดนใต้ ภาคีเครือข่ายขับเคลื่อนพัฒนาศักยภาพคนพิการจังหวัดชายแดนใต้ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเครือข่ายมูลนิธิพัฒนาศักยภาพคนพิการเข้าร่วมงาน และผ่านทางระบบ zoom บรรยากาศการพูดคุยแลกเปลี่ยนอย่างเป็นกันเอง ณ ห้องรับรองพิเศษท่าอากาศยานทหาร 2 ดอนเมือง กองทัพอากาศ เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2564



    หลังเสร็จสิ้นพิธีส่งมอบ นาวาอากาศเอกภราดร คุ้มทรัพย์ ประธานมูลนิธิพัฒนาศักยภาพคนพิการ และนักเรียนนายเรืออากาศ รุ่น 31 ผู้เป็นตัวหลักในการขับเคลื่อนโครงการศูนย์การเรียนรู้ทางการเกษตรอย่างยั่งยืน หรือ ใจดีฟาร์ม จ.ชัยนาท และศูนย์พัฒนาศักยภาพคนพิการจังหวัดชายแดนใต้ กล่าวว่า รู้สึกดีใจ ที่ได้มีภาคีเครือข่ายมาร่วมสนับสนุน ส่งเสริมโครงการเป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน ต้องขอขอบคุณทางสมาคมแม่บ้านทหารอากาศ AFWA เพื่อนๆชุมนุมนายเรืออากาศรุ่น 31  ซึ่งมีส่วนสำคัญทำให้กิจกรรมโครงการสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี รวมทั้งภาคคีเครือข่ายหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ที่เข้ามีส่วนร่วมช่วยเหลือสนับสนุนโครงการอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีพลังสามารถขับเคลื่อนพัฒนาสังคมถือได้ว่าเป็นนวัตกรรมสิ่งตามวัตถุประสงค์ของตนเอง อยากให้ผู้พิการได้มีอาชีพ สร้างรายได้ ตระหนักเห็นคุณค่าของการใช้ชีวิต และมีความสุข



#โครงการแม่บ้านทัพฟ้า พัฒนาศักยภาพคนพิการ จังหวัดชายแดนใต้ ประจำปี 2564 #ชุมนุมนายเรืออากาศรุ่น31 #มูลนิธิพัฒนาศักยภาพคนพิการ 

 




มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีทิ้งกระจาดครั้งยิ่งใหญ่ สู้ภัยมหาวิกฤตโควิด-19 ยกทัพคาราวานเครื่องอุปโภคบริโภค ลงพื้นที่แจกจ่ายแก่ประชาชนในพื้นที่ 50 เขตกรุงเทพฯ

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีทิ้งกระจาดครั้งยิ่งใหญ่ สู้ภัยมหาวิกฤตโควิด-19 ยกทัพคาราวานเครื่องอุปโภคบริโภค ลงพื้นที่แจกจ่ายแก่ประชาชนในพื้นที่ 50 เขตกรุงเทพฯ

        มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการฯ เป็นประธานนในพิธี พร้อมด้วย ดร.สุทัศน์ เตชะวิบูลย์ รองประธานกรรมการ นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ และคณะกรรมการมูลนิธิฯ  ร่วมในพิธีปล่อยคาราวานเครื่องอุปโภคบริโภค ประกอบด้วย ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง น้ำมันพืช น้ำปลา น้ำพริก เจลแอลกอฮอล์ บรรจุถุงผ้าดิบ พร้อมเงินสดที่ในปีนี้กลุ่มบริษัท นันยางเท็กซ์ไทล์ จำกัด ได้ร่วมบริจาคทำบุญ นำออกแจกจ่ายให้กับประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร (รวม 50 เขต) เขตละ 500 ชุด รวมจำนวน 25,000 ชุด รวมมูลค่าเป็นเงินทั้งสิ้น 15 ล้านบาท  โดยมี นายชวลิต ตวงสิทธิสมบัติ ประธานบริษัท นันยางเท็กซ์ไทล์ จำกัด นายชาติชาย กุละนำพล ผู้อำนวยการเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย นายพันธ์ศักดิ์  เจริญสุข ผู้อำนวยการเขตสาทร นายยุทธนา ป่าไม้ ผู้อำนวยการเขตภาษีเจริญ  พ.ต.อ มนัส รุ่งนาค ผู้กำกับสถานีตำรวจพลับพลาไชย 1  พ.ต.อ.พนม เชื้อทอง ผู้กำกับสถานีตำรวจพลับพลาไชย 2 พร้อมด้วยอาสาสมัครกิตติมศักดิ์  อาสาสมัครศิลปิน อาสาสมัครกู้ภัย และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมในพิธีปล่อยคาราวาน ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2564


        นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เปิดเผยว่า  ในปีนี้ ด้วยวิกฤตการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (COVID-19) ที่รุนแรง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้เพิ่มชุดเครื่องอุปโภคบริโภคจากปีที่แล้วอีก 10,000 ชุด การแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคในปีนี้ มูลนิธิฯ ได้ประสานงานกับสำนักงานเขตทุกเขต ในการจัดเตรียมสถานที่และชุมชนในพื้นที่ เพื่อจัดระเบียบ ตั้งจุดคัดกรองประชาชนในแต่ละจุดตามหลักการในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)  รวมทั้งจัดกำลังอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ในทุกๆ จุด ทั่วกรุงเทพมหานคร รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิฯ  เพื่อเป็นตัวแทนผู้มีจิตศรัทธาในการลงพื้นที่แจกจ่ายสิ่งของ


         งานประเพณีทิ้งกระจาด เป็นงานบุญประเพณีสำคัญของชาวพุทธที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาแต่สมัยพุทธกาลกว่าสองพันปี กำหนดจัดขึ้นในเดือน 7 ตามจันทรคติของจีน เป็นการทำบุญใหญ่ด้วยการอุทิศส่วนกุศลให้ดวงวิญญาณผู้ล่วงลับไปแล้วพร้อมกับการแจกทานให้ผู้ยากไร้  เป็นงานบุญที่ครบพร้อมทั้งการทำบุญและทำทาน โดยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้บำเพ็ญบุญประเพณีนี้ต่อเนื่องมาเป็นประจำทุกปีกว่า 80 ปี

       ตลอดระยะเวลากว่า 110 ปี  มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอขอบคุณผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านที่ได้ช่วยกันบริจาค และสนับสนุนกิจกรรมสาธารณกุศลของมูลนิธิฯ ตลอดมา ทำให้มูลนิธิฯ สามารถขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนาเท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายๆ ทาง รวมถึงการพัฒนาด้านการศึกษา เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง “ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

#ป่อเต็กตึ๊ง ยึดมั่นอุดมการณ์ อยู่เคียงข้างทุกวิกฤต

“มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

#มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง110ปีความดีที่ยั่งยืน

#แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง 1418

#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

วันอังคารที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2564

การศึกษาวิจัยและพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านสื่อสำหรับเด็กปฐมวัย (อายุ 3-6 ปี) เพื่อพัฒนาศักยภาพกำลังคนด้านการผลิตสื่อ

การศึกษาวิจัยและพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านสื่อสำหรับเด็กปฐมวัย (อายุ 3-6 ปี) เพื่อพัฒนาศักยภาพกำลังคนด้านการผลิตสื่อ

           กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ร่วมกับวิทยาลัยนวัตกรรม ม.ธรรมศาสตร์ และสถานีโทรทัศน์ Thai PBS ดำเนินการศึกษาวิจัยเรื่อง “การศึกษาวิจัยและพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านสื่อสำหรับเด็กปฐมวัย (อายุ 3-6 ปี)” ภายใต้โครงการวิจัยการพัฒนาศักยภาพกำลังคนด้านสื่อและภาควิชาการ โดยมี วัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและจัดทำหลักสูตรการอบรมเบื้องต้นเพื่อพัฒนาศักยภาพกำลังคนด้านการผลิตสื่อ สำหรับเด็กปฐมวัย ช่วงอายุ 3-6 ปี ที่มีความเหมาะสมกับพัฒนาการเด็กและสถานการณ์ และทดลองผลิต สื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ที่เหมาะกับพัฒนาการเด็กปฐมวัย ตลอดจนนำร่องการใช้หลักสูตรการอบรม เบื้องต้นสำหรับพัฒนาศักยภาพคนในการทำงานด้านสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

          นายธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวว่า กองทุนพัฒนาสื่อ ปลอดภัยและสร้างสรรค์ ดำเนินงานสนับสนุนการพัฒนาสื่อสำหรับเด็กและเยาวชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งการให้ทุน สนับสนุนและดำเนินงานเอง โดยโครงการดำเนินงานเองจะเป็นการทำงานหนุนเสริมเติมเต็มจากการให้ทุน ดังเช่นโครงการนี้เป็นการผลิตสื่อสร้างสรรค์สำหรับเด็กปฐมวัยอายุ 3-6 ปีประเภทรายการโทรทัศน์ตาม แนวทางการวิจัยร่วมกับสหวิชาชีพทั้งภาควิชาการและวิชาชีพ เราร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญทั้งด้านเด็กและด้านสื่อ ซึ่งมุ่งมั่นให้เป็นรูปแบบการทำงานเพื่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ในการผลิตสื่อสำหรับเด็กปฐมวัยอายุตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป ที่ทางวิชาการและการแพทย์ระบุว่าเด็กช่วงอายุดังกล่าวสามารถรับชมผ่านสื่อประเภทจอหรือโทรทัศน์ได้ และนำร่องการอบรมหลักสูตรการพัฒนาศักยภาพผู้ผลิตสื่อสำหรับเด็กปฐมวัย (อายุ 3-6 ปี) ซึ่งเป็นความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งภาควิชาชีพและภาควิชาการ เพื่อให้ได้ทั้งเนื้อหาและรูปแบบที่เหมาะสมกับการผลิตงานจริง โดยโครงการดังกล่าวนี้ได้ริเริ่มมาตั้งแต่ปี 2563 และถือว่าประสบผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์จึงได้ดำเนินงานต่อเนื่องมาจนถึงระยะที่ 2 ในปี 2564 นี้ด้วยเช่นกัน

       อาจารย์ระวีวรรณ ทรัพย์อินทร์ อาจารย์ประจำ วิทยาลัยนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นักวิจัยผู้รับผิดชอบการศึกษาวิจัยในครั้งนี้ระบุว่า จากการ ศึกษาวิจัยที่ผ่านมาในปี 2563 ทำให้ได้แนวทางหลักสูตรการอบรมเบื้องต้นเพื่อพัฒนาศักยภาพกำลังคนด้านการผลิตสื่อสำหรับเด็กปฐมวัย อายุ 3-6 ปี โดยมีการนำร่องจัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) เพื่อสร้างองค์ความรู้และความ เข้าใจการผลิตสื่อต้นแบบสำหรับเด็กปฐมวัย ณ อาคารศูนย์การเรียนรู้ (D) ชั้น 3 สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กปฐมวัยเป็นวิทยากรเพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้องค์ความรู้อย่างเข้มข้น โดยเฉพาะด้านเนื้อหา (Content) ที่ควรมุ่งสื่อสารเพื่อส่งเสริมพัฒนาการที่เหมาะสมกับวัย ไม่ว่าจะเป็น รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) และกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและวัยรุ่น, ธิดา พิทักษ์สินสุข กรรมการบริหารสมาคมอนุบาลศึกษาแห่งประเทศไทย, ดร.แพง ชินพงศ์ผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีเพื่อเด็กปฐมวัย และศ.นพ.วีระศักดิ์ ชลไชยะ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ทั้งนี้จากการศึกษาทำให้ได้องค์ความรู้ในการผลิตสื่อสำหรับเด็กปฐมวัย ช่วงอายุ 3-6 ปี ดังนี้ ด้านเนื้อหา (Content) ควรมุ่งสื่อสารเพื่อส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย จากการสนทนากลุ่ม (Focus Group) ระดมความรู้ในการผลิตรายการเพื่อเด็ก ปฐมวัย อายุ 3-6 ปี จากผู้ทรงคุณวุฒิด้านเด็กปฐมวัย ได้แก่ กุมารแพทย์ นักวิจัยและนักการศึกษาด้านเด็ก ผู้ผลิตสื่อเพื่อเด็กปฐมวัย และนักวิชาการด้านการผลิตสื่อเด็ก รวม 10 ท่าน ดังต่อไปนี้ 

รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) และกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและวัยรุ่น 

ผศ.ดร.ปนัดดา ธนเศรษใจฐกร จากสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านการส่งเสริม EF และวินัยเชิงบวกในเด็กปฐมวัย

ธิดา พิทักษ์สินสุข (ครูหวาน) กรรมการบริหารสมาคมอนุบาลศึกษาแห่งประเทศไทย ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กปฐมวัย 

ดร.สมสุดา มัธยมจันทร์ อาจารย์ประจำ สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (ประสานมิตร) 

ผศ.ดร. มรรยาท อัครจันทโชติ อาจารย์ประจำภาควิชาการสื่อสารมวลชน คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

ผศ.ดร. กันตวรรณ มีสมสาร อาจารย์ประจำ สาขาวิชาศึกษาศาสตร์  มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช 

ครูชีวัน วิสาสะ ( ครูชีวัน) นักเขียน-นักวาดภาพประกอบนิทานเด็ก ที่มีผลงานเป็นที่ยอมรับ

ภัทรจารีย์ อัยศิริ (น้านิด สโมสรผึ้งน้อย) ผู้ผลิตรายการเด็ก ที่มประสบการณ์มามากกว่า 40 ปี

วิไลภรณ์ จงกลวัฒนา ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักรายการ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (Thai PBS) 

วรินทร์เนตร เติมศิริกมล ผู้ผลิตรายการเด็กและสร้างภาพยนตร์สำหรับครอบครัว 

         โดยในการสนทนาดังกล่าวได้ร่วม สะท้อนเนื้อหา (Content) ที่ควรมุ่งสื่อสารเพื่อส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย ดังต่อไปนี้

1. กระตุ้นจินตนาการ และส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์

2. พัฒนาทักษะทางสังคม (Social Skills)

3. นำเสนอเนื้อหาที่สะท้อนและเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของเด็กๆได้

4. ส่งเสริมการเข้าใจและภูมิใจในความเป็นตัวเอง (Self-Extreme)

5. สอดแทรกบริบทแวดล้อมให้เหมาะสมกับสังคมไทย

         นอกจากนี้ทำให้ได้ข้อสรุปจากการศึกษาด้านการนำเสนอสื่อสำหรับเด็กปฐมวัย ต้องคำนึงถึงสิ่งที่ควรและไม่ควรทำ (Do and Don’t)  ดังนี้

         สิ่งที่ควรทำ (DO)

1. สื่อสารประเด็นใจความสำคัญเพียงประเด็นเดียวและต้องไม่ยาวจนไป (ความยาวที่เหมาะสมคือ 2-10 นาที โดยจำนวนนาทีที่แนะนำที่เหมาะสมอาจจะคำนวณจากอายุได้คราวๆ เช่น 3 ขวบไม่ควรเกิน 3 นาที 4 ขวบไม่ควรเกิน 4 นาที เป็นต้น) 

2. มีลักษณะเป็นสื่อที่สร้างการมีปฎิสัมพันธ์ (Interactive) หรือเป็นการสื่อสารแบบ 2 ทาง (Two Ways  Communications)

3. ต้องมีความสนุกนำ ซึ่งความสนุกนั้นมักเกิดจากการเปิดโอกาสให้เด็กได้มีความร่วมและมีปฎิสัมพันธ์กับสื่อ

4. สื่อต้องสร้างการมีส่วนร่วม หรือการเรียนรู้ผ่านการเล่น (Learning Through Play) ไม่จงใจสอนจนเกินไป

5. กระตุ้นจินตนาการ

6. การนำเสนอควรจะต้องมีคาแรคเตอร์ที่เป็นเอกลักษณ์ น่าจดจำ

7. ตัวละครไม่เยอะ แต่ว่าคาแรคเตอร์ของแต่ละตัวขอให้ชัดเจน

8. เรื่องต้องเป็นเชิงประจักษ์ เป็นพฤติกรรมที่เห็นชัดเจน ไม่เป็นนามธรรม

9. เนื้อหาเรียบง่าย (Simplify) ไม่ซับซ้อนและเชื่อมโยงกับสถานการณ์ที่เด็ก ๆ จะนำไปใช้ได้ในชีวิตจริง 

10. สามารถใช้และเพลงประกอบ เพื่อความน่าสนใจและเพื่อความสนุกสนาน และดนตรียังจะช่วยเสริมสร้างจินตนาการได้ด้วย และเป็นสื่อที่เข้าถึงเด็กๆได้ง่าย

11.  ใช้แก่นการนำเสนอด้วย Positive Approach และใช้ถ้อยคำในเชิงบวกเพื่อเสริมพลังบวก

12.  ใช้หลักการนำเสนอเน้นย้ำ ๆ ซ้ำ ๆ ในใจความ หรือ ถ้อยคำสำคัญ (Keywords) ที่ต้องการสื่อสารให้ชัดเจน

13. จบแบบ Happy Ending

        สิ่งที่ไม่ควรทำ  (Don’t) 

1. การสร้างตัวละครที่โหดร้าย หรือเป็นผู้ร้ายรุนแรงเกินไป

2. ระวังการใช้ภาพเสียงที่รุนแรง 

3. อย่ายัดเยียดในสิ่งที่ผู้ใหญ่ต้องการให้เด็ก 

4. ระวังเรื่องเนื้อหาที่เด็กอาจจะเลียนแบบ ซึ่งจะทำให้เกิดอันตรายหรือผลเสียต่อตัวเด็กได้ 

5. อย่าพูดเยอะ Less Talk More Action ต้องเน้นที่การกระทำ มีบทพูด บทสนทนาให้น้อยแต่แสดงให้เห็นเป็นการกระทำให้ชัดเจน 

6. ไม่สื่อสารแบบ One-way Communications ไม่มองเด็กเป็น passive audience 

7. ไม่แกล้งใช้ทำเสียงเลียนแบบเด็กๆ เพราะเด็กจะรู้สึกถูกล้อเลียน การใช้เสียงต้องมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน

          สำหรับการทดลองผลิตรายการโทรทัศน์สำหรับเด็กปฐมวัยนั้น ได้ผลิตรายการโทรทัศน์ที่เหมาะสมสำหรับเด็กปฐมวัยในช่วง 3-6 ขวบ ที่มีเนื้อหาเน้นเสริมสร้างทักษะสังคมควบคู่กับศิลปะและดนตรี จำนวน 2 รายการ ได้แก่ รายการ Flowers Power ความยาว 5 นาที จำนวน 2 ตอน เป็นรายการสำหรับเด็กปฐมวัยที่มีเนื้อหาด้านทักษะสังคมและศิลปะ และรายการ Sound to Song ความยาว 5 นาที จำนวน 2 ตอน เป็นรายการสำหรับเด็กปฐมวัยที่มีเนื้อหาด้านทักษะสังคมและดนตรีผสานการเคลื่อนไหว จากนั้นได้มีการทดลองให้เด็กปฐมวัยได้รับชมเพื่อนำผลตอบรับมาพัฒนาเนื้อหาและรูปแบบให้เหมาะสมยิ่งขึ้น ซึ่งการทดลองผลิตรายการโทรทัศน์เพื่อเด็กปฐมวัย (อายุ 3-6 ปี) แล้วนำไปให้เด็กกลุ่มเป้าหมายได้รับชม ทำให้ทราบผลตอบรับต่อรูปแบบและเนื้อหาของรายการ อันจะนำไปสู่การพัฒนาเนื้อหาและกลวิธีการนำเสนอเพื่อการพัฒนาการผลิตรายการสำหรับสำหรับเด็กปฐมวัยให้มีเหมาะสมกับพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยในช่วงอายุ 3-6 ปี ในการศึกษาระยะต่อไป 

ททท. และ สทท. ร่วมประชุมหารือกับสมาคมท่องเที่ยวต่างๆ ในพื้นที่ประเด็นการเตรียมความพร้อมในจังหวัด ภูเก็ต กระบี่ พังงาและเกาะสมุย สุราษฎร์ธานี เพื่อเตรียมความพร้อมเปิดฤดูท่องเที่ยว

ททท. และ สทท. ร่วมประชุมหารือกับสมาคมท่องเที่ยวต่างๆ ในพื้นที่ประเด็นการเตรียมความพร้อมในจังหวัด ภูเก็ต กระบี่ พังงาและเกาะสมุย สุราษฎร์ธานี เพื่อเตรียมความพร้อมเปิดฤดูท่องเที่ยว




           นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ คุณชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) คุณสมพงษ์ ดาวพิเศษ นายกสมาคมที่พักและส่งเสริมสุขภาพอันดามันและอ่าไทย พร้อมด้วย ประธานสภาและ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว จ.พังงา กระบี่ และจ.ภูเก็ต ร่วมประชุมหารือ up01-09-2021 09:03:34 สินค้า และกิจกรรมการท่องเที่ยว พร้อม ประเด็นการเตรียมความพร้อมในจังหวัด ภูเก็ต กระบี่ พังงาและเกาะสมุย สุราษฎร์ธานี เพื่อเตรียมความพร้อมเปิดฤดูท่องเที่ยวรองรับนักท่องเที่ยว Domestic คู่ขนานไปกับการเปิดประเทศของนักท่องเที่ยวต่างประเทศ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2564




       ทั้งนี้ได้รับฟังข้อคิดเห็น ประเด็นเสนอแนะ และอุปสรรคของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในพื้นที่ เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนา เพื่อให้สอดคล้องกับการส่งเสริมการท่องเที่ยว และ การทำการตลาดต่อไป 

#ThailandMoveOn #DonesticMoveOn #PhuketSandBox #SamuiPlus #PhangNgaPrompt #KrabiEvenMoreAmazing






วันจันทร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2564

ททท. มอบรางวัลสุดยอดนวัตกรรมสร้างสรรค์อุตสาหกรรมท่องเที่ยว TAT GYM 2021

ททท. มอบรางวัลสุดยอดนวัตกรรมสร้างสรรค์อุตสาหกรรมท่องเที่ยว TAT GYM 2021 ร่วมสร้างเศรษฐกิจยั่งยืนรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมผ่าน BCG โมเดล

       การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประกาศผลการแข่งขันในโครงการยกระดับขีดความสามารถของการท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน หรือ TAT GYM 2021 เร่งฟื้นฟูท่องเที่ยวไทยภายใต้กรอบแนวคิดระบบเศรษฐกิจใหม่ BCG Economy โดยส่งเสริมให้ใช้การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ (Responsible Tourism) เป็นเครื่องมือสร้างความยั่งยืน หนุน 10 ผู้ประกอบการและตัวแทนชุมชนท่องเที่ยวใช้ “นวัตกรรม” คิดต่อยอดตอบโจทย์นักท่องเที่ยวในยุคปัจจุบัน

       นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า โครงการยกระดับขีดความสามารถของการท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน หรือ TAT GYM 2021 นี้ ททท. ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 2 เป็นการยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวด้วยนวัตกรรม และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี มีผู้ที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ 10 ทีมจากผู้สมัครทั้งสิ้น 43 ทีม และผ่านกระบวนการพัฒนาศักยภาพเข้มข้น เพื่อเตรียมความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยวกลุ่มมิลเลนเนียลในยุค New Normal ด้วยการอบรมออนไลน์จำนวน 10 ครั้ง รวมกว่า 20 ชั่วโมง โดยผู้เชี่ยวชาญในหัวข้อที่สำคัญ อาทิ ทัศนคติของผู้ประกอบการอย่างความยั่งยืน พลวัตรการท่องเที่ยว (Dynamic of Tourism) เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ การพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์กลุ่มมิลเลนเนียล และ Business Model 4.0 เป็นต้น นอกจากนี้ทั้ง 10 ทีม มีภารกิจในการพัฒนานวัตกรรมทั้งรูปแบบ Service, Process และ Product Innovation ร่วมกับที่ปรึกษาประจำทีมในระยะเวลา 30 วัน  ซึ่งผลจากความทุ่มเทและความตั้งใจของทุกทีม ทำให้ได้ผลงานนวัตกรรมด้านการท่องเที่ยวที่เป็นรูปธรรม โดยผลงานของทั้ง 10 ทีมนั้น ถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยยกระดับขีดความสามารถของการท่องเที่ยวไทยบนพื้นฐานของแนวคิดโมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ Bio-Circular-Green Economy (BCG Economy Model) ผ่านรูปแบบการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ (Responsible Tourism) และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Sustainable Tourism)

         ทั้งนี้ ผู้เข้ารอบ 10 ทีม จะได้รับเงินสนับสนุนเพื่อพัฒนานวัตกรรมและต่อยอดธุรกิจทีมละ 10,000 บาท ได้แก่ ชุมชนบ้านแฮด จังหวัดขอนแก่น นำเสนอเส้นทางการท่องเที่ยววิถีชุมชนพร้อมประสบการณ์แบบ เที่ยว ทำ นำกลับบ้าน สัมผัสวิถีชุมชม ธรรมชาติ รวมถึงชิมอาหารท้องถิ่นและลงมือทำกิจกรรม ฟาร์มสเตย์ไร่คืนรัง จังหวัดนครราชสีมา นำเสนอการท่องเที่ยวแบบไร้ความเร่งรีบ ผ่านกระบวนการ 5 Senses โดยระหว่างการท่องเที่ยวนี้จะมี “เพื่อนทิพย์” ที่คอยนำกระบวนการต่าง ๆ มาเชื่อมโยงทำให้นักท่องเที่ยวได้เข้าใจ ค้นพบ ผสานตัวตนไปกับชุมชนและธรรมชาติ Scootdy Tour กรุงเทพมหานคร นำเสนอทางเลือกในการท่องเที่ยวชุมชนด้วยสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ลดพลังงานในการเดินทางและเพิ่มเวลาการท่องเที่ยวในชุมชน วิสาหกิจชุมชนกลุ่มของดีเมืองฝาง จังหวัดเชียงใหม่ นำเสนอนวัตกรรมแพลตฟอร์มชื่อลุงปันพาแอ่วเหนือ กระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวในแหล่งชุมชนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์และออฟไลน์ อ้วนกลมแฮปปี้ฟาร์ม จังหวัดอุดรธานี นำเสนอการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ด้วยผ้าที่เขียน ภาพ วาด ด้วยสีจากผ้าย้อมสีธรรมชาติที่เหลือจากภาคการเกษตร วิสาหกิจชุมชนล่องแพบ้าน น้ำราบ จังหวัดตรัง นำเสนอประสบการณ์กล่อง 6 ผัสสะของบ้านน้ำราบ ภายใต้แนวคิด “เรียกปู สู่จาน ฟอกปอด อาบป่าเลน” ด้วย ตา หู ลิ้น จมูก กาย และใจ จากวัตถุดิบในชุมชน โรงแรมทรีธารา จังหวัดลำปาง นำเสนอ สื่อ Lampang Guide เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลทางด้านท่องเที่ยวลำปาง และสร้างสรรค์ให้เกิดการบอกต่อใน Social Media ไร่ใจยิ้ม จังหวัดกาญจนบุรี นำเสนอ University of Happiness มหาวิทยาลัยความสุข สร้าง Hardware On - Ground และ Software On - Cloud เพื่อสร้างประสบการณ์ร่วมกับชุมชน Hi Stranger กรุงเทพมหานคร จัดทำหลักสูตร Experience online เพื่อส่งต่อความรู้ด้านการเขียนและภาพเชิงสร้างสรรค์ เพื่อบอกเล่า เทคนิค เบื้องหลังการทำงานผ่านการนำเสนอในสื่อออนไลน์ และการออกเดินทางลงพื้นที่จริงตามสถานที่หรือแหล่งท่องเที่ยว และบ้านทุ่งรุ่งอรุณ จังหวัดเชียงราย นำเสนอนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ Miss story box เพราะเราคิดถึง จากการใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่นมาสร้างการรับรู้ผ่านทางแพลตฟอร์มออนไลน์

     สำหรับทีมที่ได้รับรางวัลนวัตกรรมยอดเยี่ยม 4 ทีม ได้แก่ ไร่ใจยิ้ม อ้วนกลมแฮปปี้ฟาร์ม ฟาร์มสเตย์ไร่คืนรัง และ โรงแรมทรีธารา จะได้รับเงินสนับสนุนต่อยอดธุรกิจอีกทีมละ 15,000 บาท พร้อมโล่รางวัลและเกียรติบัตร รวมมูลค่ารางวัลในโครงการมากกว่า 150,000 บาท

โดยททท. เชื่อมั่นว่าทั้ง 10 ผู้ประกอบการและตัวแทนชุมชนท่องเที่ยว จะเป็นหนึ่งในกลไกร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้ยั่งยืนต่อไป ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.tatgym.com และ Facebook page: TAT GYM 2021

วันพุธที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2564

นายกสมาคมกีฬาคนตาบอดเเห่งประเทศไทย มอบขวัญกำลังใจให้ทัพนักกีฬากรีฑา และ นักกีฬายูโดคนตาบอดทีมชาติไทย

นายกสมาคมกีฬาคนตาบอดเเห่งประเทศไทย

มอบขวัญกำลังใจให้ทัพนักกีฬากรีฑา และ

นักกีฬายูโดคนตาบอดทีมชาติไทย

นายอำนวย กลิ่นอยู่ นายกสมาคมกีฬาคนตาบอดเเห่งประเทศไทย เเละผู้บริหารสมาคมฯ เดินทางมามอบขวัญกำลังใจ  พร้อมนำเจ้าหน้าที่มาช่วยประสานงานด้านเอกสารต่างๆ  ให้กับทัพนักกีฬากรีฑาและนักกีฬายูโดคนตาบอดทีมชาติไทย  ที่นำโดยหัวหน้าผู้ฝึกสอน  นักกีฬากรีฑา เจนจิรา ปัญญาทิพย์  สุนีย์ภรณ์ ถนอมวงค์ ปัจจัย ศรีคำพันธ์ (ไกด์รันเนอร์) เเละ นักกีฬายูโด เมทินี วงษ์ชมภู ทั้งคณะออกเดินทางจากประเทศไทยเพื่อสู้ศึก PARALYMPIC GAMES 2020 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยสายการบิน Japan Airlines เที่ยวบินที่ JL034  เมื่อเดินทางถึงประเทศญี่ปุ่นต้องผ่านการตรวจและปฏิบัติอย่างเคร่งครัดตามมาตรการโควิดที่ทางเจ้าภาพกำหนดไว้อีกกว่า 3 ชั่วโมง รวมใช้เวลาเดินทางจากประเทศกว่า 10 ชั่วโมงจึงจะถึงหมู่บ้านนักกีฬา เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2564

ทั้งนี้ ทัพนักกีฬากรีฑาคนตาบอด สุนีย์ภรณ์ ถนอมวงค์ จะลงเเข่งในประเภท วิ่ง 400 ม. ในวันที่ 27-28 สิงหาคม 2564 เเละ วิ่ง 200 ม. วันที่ 2-3 สิงหาคม 2564  

เจนจิรา ปัญญาทิพย์ จะลงเเข่งในประเภท กระโดดไกล ในวันที่ 27 สิงหาคม 2564 เวลา 9.00 น.

ขณะที่ทีมยูโดส่ง เมทินี วงษ์ชมภู ชิงชัยในรุ่นไม่เกิน 52 กิโลกรัม ในวันที่ 27 สิงหาคม 2564 นี้

สมาคมกีฬาคนตาบอดแห่งประเทศไทย ขอเชิญชวนคนไทยทุกคน ร่วมใจเชียร์! นักกีฬาคนตาบอดทีมชาติไทย คว้าเหรียญในพาราลิมปิกเกมส์ ที่ประเทศญี่ปุ่น  ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า 

บริษัท เอส.พี.พลาสติก อินดัสตรี จำกัด มอบเครื่องสารละลาย ทางหลอดเลือดดำ

บริษัท เอส.พี.พลาสติก อินดัสตรี จำกัด มอบ

เครื่องสารละลาย ทางหลอดเลือดดำ


นายนิธิโรจน์-นางจิรนิษฐ์ อัครธนกุลกิตติ์ และครอบครัว เจ้าของโรงงานพลาสติก (ตรางู) บริษัท เอส.พี.พลาสติก อินดัสตรี จำกัด ที่ตั้งอยู่เลขที่ 39 ซอยประชาอุทิศ 75 แขวงทุ่งครุ เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร  มอบเครื่องสารละลาย ทางหลอดเลือดดำจำนวน13เครื่อง มูลค่า390,000 บาท และยังเป็นตัวแทนมอบให้กับ บริษัทธนบุรีเครื่องครัวจำกัด อีกจำนวน5เครื่อง มูลค่า 150,000บาท เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย และทางโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ ขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ ที่เป็นผู้มีอุปการคุณกับทางโรงบาลด้วยดีเสมอม


ทีเส็บ เตรียมจัดงานไมซ์ไทยรวมใจสร้างชาติ

 ทีเส็บ เตรียมจัดงานไมซ์ไทยรวมใจสร้างชาติ

สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ เตรียมจัดงาน ไมซ์ไทยรวมใจสร้างชาติ” ในรูปแบบออนไลน์ (Virtual Meeting) วันพฤหัสบดีที่ 26 สิงหาคม 2564 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความตระหนักถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมไมซ์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ การสร้างความรู้ความเข้าใจถึงยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจไทย และทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์ในอนาคต รวมถึงความพร้อมของไมซ์ซิตี้ศูนย์กลางภูมิภาคต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

                กิจกรรมหลักภายในงาน ประกอบด้วย การกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ อนาคตประเทศไทยกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชาติ” โดย นายวิโรจน์ นรารักษ์ รองเลขาธิการ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และ การบรรยายในหัวข้อ ทิศทางการส่งเสริมอุตสาหกรรมไมซ์ ปี 2565” โดย นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ

นอกจากนี้ ยังมีการเสวนาพิเศษในหัวข้อ ไมซ์ไทยรวมใจสร้างชาติ” โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิร่วมแสดงความพร้อมของไมซ์ไทยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาค ได้แก่ นางศุภวรรณ ตีระรัตน์ รองผู้อำนวยการ สายงานพัฒนาและนวัตกรรม ทีเส็บนายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นนายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยาจังหวัดชลบุรีนายอนุชา มีเกียรติชัยกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ และนายภูมิกิตติ์ รักแต่งาม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต

ผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน สามารถรับชมผ่านทางเฟซบุ๊กไลฟ์ ที่ Facebook MICE in Thailand และ ช่อง Youtube: Business Event Thailand

 

"สารวัตรแรมโบ้” รับรางวัล “๑ ปณิธานความดี เทิดไท้พระภูมีนนวมินทรา” ผู้ทำประโยชน์ต่อประเทศชาติ” จากอดีตนายกฯ ชวน

"สารวัตรแรมโบ้” รับ รางวัล “๑ ปณิธานความดี เทิดไท้พระภูมีนนวมินทรา”  ผู้ทำประโยชน์ต่อประเทศชาติ”  จากอดีตนายกฯ ชวน ลั่นจะทำงาน รับใช้สั...