วันพฤหัสบดีที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2564

Dr.Air เครื่องบำบัดอากาศฆ่าเชื้อนวัตกรรมล้ำยุคจากเยอรมัน มาเขย่าตลาดเครื่องฟอกอากาศให้สะเทือน ตั้งเป้า 280 ล้านบาท

Dr.Air เครื่องบำบัดอากาศฆ่าเชื้อนวัตกรรมล้ำยุคจากเยอรมัน มาเขย่าตลาดเครื่องฟอกอากาศให้สะเทือน ตั้งเป้า 280 ล้านบาท

          ตลาดเครื่องฟอกอากาศในประเทศไทยมูลค่ากว่า 2,800 ล้านบาท สะเทือนแน่ เมื่อบริษัท สมาร์ท เฮลท์ โซลูชั่น จำกัด นำเข้าและจำหน่าย สุดยอดนวัตกรรมเครื่องบำบัดอากาศเทคโนโลยีการฆ่าเชื้อล่าสุด HYDROXYL หรือ NUCLEOPHILE จากประเทศเยอรมัน ยี่ห้อ Dr.Air ที่ถูกคิดค้นโดยหัวหน้านักวิทยาศาสตร์ระดับโลก ที่มีผลทดสอบสามารถฆ่าเชื้อ COVID-19 ได้รวดเร็วมากกว่า 90% ภายใน 5 นาที และมากกว่า 99.99% ภายใน 15 นาที ช่วยป้องกันมลพิษ แบคทีเรีย และไวรัส ตั้งเป้าขอส่วนแบ่งตลาด 10% หรือประมาณ 280 ล้านบาท

                โดยเฉพาะ Dr.Air DONUT รุ่นพกพาได้สุดฮอต ผลิตไออ้อน 5 ล้าน ions/cm3 สร้างเกราะป้อนกันมลพิษ และ เชื้อโรค พร้อมเติมวิตามินสร้างสมดุลอากาศรอบตัวผู้พกพาในรัศมี 1 ลูกบาศก์เมตร และเครื่องฆ่าเชื้อรุ่น TORNADO ใช้งานในรถยนต์ ที่จะเปิดตัวปลายเดือนสิงหาคมนี้      

   พ.ต.อ.จารึก สารโภค ประธานบริษัท สมาร์ท เฮลท์ โซลูชั่น จำกัด กล่าวว่า ในสถานการณ์ที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับปัญหามลพิษทางอากาศและการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสต่างๆ อย่างน่าตกใจ อาทิเช่น PM 2.5 และโควิด-19 นั้น บริษัทฯ เล็งเห็นและเป็นห่วงต่อภัยที่เข้ามาคุกคามสุขภาพและชีวิตของคนไทย จึงได้นำเข้าเครื่องบำบัดอากาศยี่ห้อ Dr.Air ซึ่งเป็นสุดยอดนวัตกรรมของโลกด้านการบำบัดอากาศ ป้องกันมลพิษ แบคทีเรีย และเชื้อไวรัส จากประเทศเยอรมนี เข้ามาจำหน่าย เพื่อเป็นทางเลือกในการป้องกันและรักษาสุขภาพของคนไทย

                สำหรับเครื่องบำบัดอากาศ Dr.Air ที่บริษัทฯ นำเข้ามาจำหน่ายประกอบด้วย

          1. เครื่องบำบัดอากาศฆ่าเชื้อโรคที่ติดตั้งในที่ประชุม ในบ้านและในรถยนต์ คือรุ่น TORNADO ที่มีเทคโนโลยีการฆ่าเชื้อล่าสุด ด้วย HYDROXYL หรือ NUCLEOPHILE ที่ถูกคิดค้นโดยหัวหน้านักวิทยาศาสตร์ระดับโลก PROFESSOR ANGEL PORGADOR ที่มีความรวดเร็วในการฆ่าเชื้อกลางอากาศและบนพื้นผิวทะลวงทุกซอกมุม โดยที่ยังใช้ชีวิตร่วมกันปกติไม่เป็นพิษกับคน ได้รับการทดสอบการฆ่าเชื้อ COVID-19 จากห้องปฏิบัติการ ไวรัสวิทยา Wuhan Institute Virology ประเทศจีน ระดับ P4 ซึ่งมีเพียงไม่กี่แห่งในโลก ผลทดสอบสามารถฆ่าเชื้อ COVID-19 ได้รวดเร็วมากกว่า 90% ภายใน 5 นาที และ มากกว่า 99.99% ภายใน 15 นาที ครอบคลุมการใช้งานถึง16 ตารางเมตร น้ำหนักเพียง 1 กิโลกรัม ออกแบบมาใช้งานง่ายและเอนกประสงค์ ในรถยนต์ส่วนบุคคล รถขนส่งสาธารณะ เช่น รถแท็กซี่ รถตู้ รถบัส รถไฟฟ้า BTS และ MRT  ลิฟท์โดยสาร รวมถึงการใช้งานในบ้าน ที่ทำงาน ร้านอาหาร และ สถานบริการ ต่างๆ เพื่อช่วยลดภาวะการติดเชื้อทางอากาศได้

นอกจากนี้ เพื่อสร้างความเชื่อ ยังได้ส่งผลิตภัณฑ์ไปทดสอบการฆ่าเชื้อ COVID-19 ที่สถาบันทดสอบ INNOVATIVE BIOANALYSIS รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ผลทดสอบได้ดีเช่นกัน โดยการรับรองอย่างเป็นทางการจะเสร็จสิ้นปลายเดือนสิงหาคม 2564 นี้

         2. เครื่องบำบัดอากาศขนาดพกพา รุ่น DONUT ที่กำลังเป็นสินค้ายอดนิยมของบริษัทฯ ที่มีประสิทธิภาพกำจัดเชื้อโรค โดยใช้วิธีการสร้างประจุลบที่เรียกว่า Anion ด้วยหลักการ CORONA DISCHARGE ทางไฟฟ้าสถิต ลอยไปในอากาศ ซึ่งประจุลบนี้จะทำหน้าที่จับอนุภาคขนาดเล็ก เช่น ฝุ่นควัน หมอก ละอองมลพิษ และเชื้อโรคต่างๆ ที่มีลักษณะเป็นประจุบวกที่ลอยอยู่ในอากาศรอบตัวเรา เพื่อให้เกิดอนุภาคขนาดใหญ่ และทำให้เชื้อโรคอ่อนตัวลงตกลงสู่พื้น ก่อนที่จะถูกสูดดมเข้าทางระบบหายใจ ดังนั้น จึงเป็นการช่วยลดความเสี่ยงจากการสูดมลพิษในอากาศและเชื้อโรคต่างๆ เข้าสู่ระบบหายใจ รอบตัวผู้พกพาในรัศมี 1 ลูกบาศก์เมตร กำจัดเชื้อโรคแบคทีเรียได้มากกว่า 90% กำจัดฝุ่นขนาดเล็กป้องกันภูมิแพ้ ผลิตไออ้อนเข้มข้นได้ถึง 5 ล้านไออ้อน/ลูกบาศเซนติเมตร โดยใช้วิธีการพกพาด้วยการห้อยคอด้วยน้ำหนักเบาเพียง 30 กรัมไม่มีไส้กรองให้ยุ่งยาก

ประจุลบที่ปล่อยออกมาในอากาศ เปรียบเสมือนวิตามินที่ถูกสูดเข้าไปทางระบบหายใจ ขณะที่ร่างกายปกติของเรา จะมีทั้งประจุลบและประจุบวกในตัวเองเพื่อให้เกิดสมดุล แต่เมื่อเราทำงานไปในแต่วัน ประจุลบจะถูกใช้งาน และเมื่อมีปริมาณลดน้อยลงก็จะทำให้เรารู้สึกเมื่อยล้า

ประจุลบจะมีมากตามน้ำตกภูเขาทะเล ป่าเขา หรือในที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ เพราะฉะนั้น ทำไมเวลาเราไปตามสถานที่ที่เรารู้สึกสดชื่นขึ้น ก็เพราะได้รับประจุลบ ทำให้ร่างกายมีสมดุลเพิ่มขึ้น โดยมีผลวิจัยมากกว่า 700 รายงานทั่วโลกถึงผลประโยชน์ของประจุลบ หนึ่งในนั้นคือ มีการทดลองในห้องเรียน โดยแบ่งห้องเรียนเป็น 2 กลุ่ม ห้องหนึ่งทำการติดตั้งเครื่องเติมประจุลบ ส่วนอีกห้องหนึ่งปล่อยตามธรรมชาติ ผลที่ได้รับคือ ห้องที่เติมประจุลบ นักเรียนจะมีสมาธิและมีความตั้งใจในการเรียน รวมถึงการจดจำที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน ฉะนั้นการมีอุปกรณ์ที่สามารถสร้างประจุลบได้ จึงเป็นประโยชน์กับร่างกายของเรา


นอกจากนี้ ยังมีนวัตกรรมเครื่องบำบัดอากาศระบบส่งอากาศบริสุทธิ์ที่ใช้ร่วมกับหน้ากาก KN95 ได้แก่ Air Force 1 และ Air Force 2 ป้องกันเชื้อโรคมากกว่า 99.9% หมดปัญหาการหายใจไม่สะดวกจากการใส่หน้ากากแบบธรรมดาที่จะทำให้เกิดภาวะออกซิเจนไม่เพียงพอส่งผลต่อสุขภาพทั้งระยะสั้นและระยะยาวและยังสร้างบรรยากาศภายใต้หน้ากากเราให้เป็นห้องปลอดเชื้อในตัว มีใส้กรอง HEPA ใช้นาน 500 ชั่วโมงหรือประมาณ 2 เดือน พร้อมปรับแรงลมได้ 3 ระดับ ใช้งานได้หลากหลาย ทั้งห้อยคอ รัดแขน รัดเอว และคาดศีรษะ น้ำหนักเพียง 150 กรัม

                                

          พ.ต.อ.จารึก สารโภค ประธานบริษัทฯ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ในปื 2564 นี้ บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายจะเข้ามาครองสัดส่วนการตลาดรวมของเครื่องฟอกอากาศ 2,800 ล้านบาท ซึ่งเป็นสินค้าในกลุ่มสินค้าเดียวกันไว้ประมาณ 10% หรือประมาณ 280 ล้านบาท และมีนโยบายคืนกำไรสู่สังคม โดยจะแบ่งรายได้จากการจำหน่ายสินค้า Dr.Air ทุกตัว สมทบทุนบริจาคซื้อเครื่องผลิตออกซิเจนช่วยหายใจให้ตามโรงพยาบาลที่รักษาผู้ป่วยโควิดอาการหนัก โดยราคาขาย Dr.Air หลักพันบาท จะบริจาค 110 บาท ราคาหลักหมื่น บริจาค 1,110 บาท และหลักแสน จะบริจาค 10,910 บาท การบริจาคจะเสร็จสิ้นจนกว่าโควิดจะหมดจากประเทศไทย

ตอนนี้ Dr.Air ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ล่าสุด คุณต๋อง ศิษย์ฉ่อย หรือเจมส์ วัฒนา จากพรีเซนเตอร์สัญญา 3 ปี ได้ตัดสินใจเข้ามาถือหุ้นด้วยแล้ว เพราะเห็นว่า Dr.Air เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ



ทีเส็บเดินหน้าพัฒนามาตรฐานสถานที่จัดงาน เพิ่มความแข็งแกร่งของไมซ์ไทยในตลาดโลก

ทีเส็บเดินหน้าพัฒนามาตรฐานสถานที่จัดงาน

เพิ่มความแข็งแกร่งของไมซ์ไทยในตลาดโลก

ทีเส็บจัดงาน MICE Standards Day 2021 ในรูปแบบ Virtual Event ดึงผู้ประกอบการไมซ์กว่า 350 ราย เข้าร่วมงาน มุ่งเสริมมาตรฐานสถานที่จัดงานของไทยและอาเซียน เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน รองรับตลาดไมซ์ในอนาคต ปีนี้มีสถานประกอบการผ่านการรับรองมาตรฐาน TMVS และ AMVS รวมกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ

                นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ เปิดเผยว่า ทีเส็บกำหนดจัดงาน MICE Standards Day 2021 ในวันที่ 26 สิงหาคมนี้ เพื่อยกระดับมาตรฐานสถานที่จัดงานของไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยปีนี้เป็นครั้งแรกที่จัดงานในรูปแบบการจัดงานเสมือนจริงผ่านสื่อออนไลน์ (Virtual Event) ประมาณการว่าจะมีผู้ประกอบการไมซ์กว่า 350 รายเข้าร่วมงาน

                มาตรฐานกลายเป็นเรื่องสำคัญมากจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 ทำให้ทีเส็บเร่งสานต่อการดำเนินงานยกระดับมาตรฐานสถานที่จัดงานประเทศไทย หรือ Thailand MICE Venue Standard (TMVS) โดยเพิ่มเติมแนวปฏิบัติด้านสุขอนามัยสำหรับอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE Venue Hygiene Guidelines) สำหรับสถานที่จัดงาน ผู้จัดงาน รวมถึงผู้ร่วมงาน และไทยเป็นประเทศแรกที่พัฒนายกระดับมาตรฐานสถานที่จัดงานอาเซียน หรือ ASEAN MICE Venue Standard (AMVS) เมื่อร่วมกันสร้างความมั่นใจในการจัดงานได้อย่างปลอดภัยในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ไมซ์ของไทยก็จะแข่งขันได้ดี

                จากแนวทางดังกล่าว ทีเส็บ จึงกำหนดจัดงาน MICE Standards Day 2021 ผ่านการร่วมงานในรูปแบบออนไลน์ ซึ่งได้รับเกียรติจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดงาน พิธีมอบตราสัญลักษณ์มาตรฐานต่างๆ โดยในปีนี้มีสถานประกอบการที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน TMVS รวมจำนวน 194 แห่ง แบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ประเภทห้องประชุม (Meeting Room) 169 แห่ง จำนวน 472 ห้อง, ประเภทสถานที่จัดงานแสดงสินค้า (Exhibition Venue) 10 แห่ง จำนวน 16 ฮอลล์ และประเภทสถานที่จัดกิจกรรมพิเศษ (Special Event Venue) จำนวน 15 แห่ง

       ส่วนสถานประกอบการที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน AMVS รวมจำนวน 28 แห่ง แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ประเภทห้องประชุม (Meeting Room) 25 แห่ง และประเภทสถานที่จัดงานแสดงสินค้า (Exhibition Venue) 3 แห่ง

กิจกรรมภายในงาน ยังมีการมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ ให้แก่ สมาคมที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมไมซ์ 4 สมาคม และ 1 หน่วยงาน ได้แก่ สมาคมธุรกิจสร้างสรรค์การจัดงาน (EMA), สมาคมการแสดงสินค้า (ไทย) (TEA), สมาคมโรงแรมไทย (THA), สมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย) (TICA), และกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน เพื่อเป็นเกียรติและแสดงความขอบคุณในฐานะหน่วยงานพันธมิตรหลักที่ร่วมกันพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์ร่วมกันอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด

นอกจากนี้ ภายในงานยังจัดให้มีกิจกรรมสัมมาเชิงปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานอุตสาหกรรมไมซ์ โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากอุตสาหกรรมไมซ์ และผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการอาหารและความปลอดภัยอาหาร เป็นผู้ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ในหัวข้อ ขยะอาหารกับแนวทางจัดการอาหารส่วนเกินในธุรกิจไมซ์และหัวข้อ การจัดการสถานที่จัดงานไมซ์อย่างไรให้โดนใจลูกค้ามุสลิม

ปัจจุบัน มาตรฐานสถานที่จัดงานประเทศไทย หรือ Thailand MICE Venue Standard (TMVS) มีสถานประกอบการที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน รวมทั้งสิ้น 880 แห่ง โดยแบ่งเป็นแต่ละประเภท คือ

ประเภท  จำนวน (แห่ง)                                                            จำนวน (ห้อง/ฮอลล์)

ห้องประชุม (Meeting Room) 809                                                   2,103

สถานที่จัดงานแสดงสินค้า (Exhibition Venue)            25                47

สถานที่จัดกิจกรรมพิเศษ (Special Event Venue)        46                 -

                สำหรับมาตรฐานสถานที่จัดงานอาเซียน หรือ ASEAN MICE Venue Standard (AMVS) มีสถานประกอบการที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน รวมทั้งสิ้น 68 แห่ง โดยแบ่งเป็นแต่ละประเภท คือ

ประเภท  จำนวน (แห่ง)

ห้องประชุม (Meeting Room)           65

สถานที่จัดงานแสดงสินค้า (Exhibition Venue)            3

                ในปี 2565 ทีเส็บ ตั้งเป้าการตรวจประเมินมาตรฐานสถานที่จัดงานประเทศไทย เพิ่มอีก 155 แห่ง และจะศึกษาความเป็นไปได้ในการเพิ่มมาตรฐานการรับรองประเภทใหม่ๆ รวมไปถึงการร่างเกณฑ์มาตรฐานการจัดงานที่เป็นมิตรต่อมุสลิมเพื่อขยายขอบข่ายมาตรฐานรองรับการจัดงานให้มากขึ้น ด้านมาตรฐานสถานที่จัดงานอาเซียน จะเร่งผลักดันมาตรฐานในประเภทสถานที่จัดกิจกรรมพิเศษ ให้เป็นที่ยอมรับในระดับอาเซียน เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ในภูมิภาคยุควิถีใหม่ต่อไปนายจิรุตถ์ กล่าวทิ้งท้าย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


วันจันทร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2564

บริษัท เอส.พี.พลาสติก อินดัสตรี จำกัด มอบยาให้กับ รพ.สนาม และตามห้างร้าน และโรงงานต่างๆ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย โควิด-19

บริษัท เอส.พี.พลาสติก อินดัสตรี จำกัด มอบยาให้กับ รพ.สนาม และตามห้างร้าน และโรงงานต่างๆ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย โควิด-19



          นายนิธิโรจน์-นางจิรนิษฐ์ อัครธนกุลกิตติ์ พร้อมครอบครัว เจ้าของโรงงานพลาสติก (ตรางู) บริษัท เอส.พี.พลาสติก อินดัสตรี จำกัด ที่ตั้งอยู่เลขที่ 39 ซอยประชาอุทิศ 75 แขวงทุ่งครุ เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร นำยามอบให้กับ รพ.สนามที่ศูนย์กีฬาบางมด เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยจากการติดเชื้อโควิด-19




         จากนั้นก็ได้มอบยาให้กับตามห้างร้าน โรงงานต่างๆ ที่ขอความอนุเคราะห์มารับบริจาคที่บ้านอย่างไม่ขาดสาย นับได้ว่าเป็นผู้ที่มีจิตเมตตาให้กับเพื่อนมนุษย์ ด้วยกัน ถ้าโรงงานหรือห้างร้านใดมีความประสงค์จะขอรับยาทำหนังสือตามที่อยู่นี้ได้เลยยินดีช่วยเหลือ

เราคนไทยไม่ทิ้งกันยามตกทุกข์ได้ยาก 

อนุกรรมการสภากรุงเทพมหานคร และเลขานุการบริหารหอการค้าไทย-มัลดีฟท์ พร้อมคณะ “โครงการ “ปันสุข” ลุยแจกข้าว กลางสายฝน

อนุกรรมการสภากรุงเทพมหานคร และเลขานุการบริหารหอการค้าไทย-มัลดีฟท์ พร้อมคณะ โครงการ ปันสุข” ลุยแจกข้าว

กลางสายฝน

 





นายชณทัต ปัทะมะภูวดล อนุกรรมการสภากรุงเทพมหานคร และเลขานุการบริหารหอการค้าไทย-มัลดีฟท์ พร้อมคณะทำงาน โครงการ ปันสุข” ได้นำข้าวกล่อง เข้าไปมอบให้กับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19ในชุมชนประชาร่วมใจ 2 เขตจตุจักร ท่ามกลางสายฝนที่เทกระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2564



นายชณทัต ปัทะมะภูวดล อนุกรรมการสภากรุงเทพมหานคร และเลขานุการบริหารหอการค้าไทย-มัลดีฟท์ กล่าวว่า ชาวบ้านส่วนใหญ่ในชุมชนมีอาชีพรับจ้าง หาเช้ากินค่ำ บางบ้านไม่สามารถออกไปทำงานได้เนื่องจากต้องกักตัวอยู่กับบ้านเพื่อรอดูอาการ  บางบ้านมีผู้ติดเชื้อไม่สามารถออกมารับอาหารได้ เราก็ทำได้แค่วางข้าวไว้ให้หน้าบ้าน อาหารกล่องที่เรานำมามอบให้อาจไม่ได้มีค่ามากมายอะไร แต่เราก็ตั้งใจนำมามอบให้เพื่อเป็นกำลังใจแก่ชาวบ้านในชุมชนแห่งนี้ให้มีแรงสู้กับโควิด-19ต่อไปครับ

ทั้งนี้ ชุมชนประชาร่วมใจ 2 เขตจตุจักรนี้ มีชาวบ้านอาศัยอยู่มากกว่า 1,000 ครัวเรือน โดยชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป และได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ขาดรายได้มาหลายเดือน

ศปก.ศบค. รับเรื่องนโยบายนำเข้าวัคซีนทาง เลือกเสรี ปลอดภาษี ของสารวัตรแรมโบ้ ไปพิจารณาแล้ว

ศปก.ศบค. รับเรื่องนโยบายนำเข้าวัคซีนทาง

เลือกเสรี ปลอดภาษี ของสารวัตรแรมโบ้ ไป

พิจารณาแล้ว

จากวิกฤติการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่หนักขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้มีผู้ป่วยติดเชื้อสะสม และเสียชีวิตจำนวนมากเพิ่มขึ้นทุกวัน เนื่องจากมีวัคซีนที่ทางรัฐบาลนำเข้านั้นไม่พอเพียงฉีดให้กับประชาชน

พันตำรวจเอก สุรโชค เจษฏาเดช (สารวัตรแรมโบ้) ประธานที่ปรึกษา บริษัท แรมโบ้เฮิร์บ จำกัด "มืออาชีพเรื่องสุขภาพ” จึงได้ทำหนังสือเปิดผลึกถึงนายกรัฐมนตรี หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค) โดยผ่านทาง ดร.เสกสกล อัตถากร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี (พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา) เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา และทางศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค) ได้รับจดหมายเรื่องนโยบายนำเข้าวัคซีนทางเลือกเสรี ปลอดภาษีไว้พิจารณาแล้ว

โดยใจความในจดหมายมีเนื้อหาดังต่อไปนี้คือ ด้วยปัจจุบัน ไวรัสโควิด-19 "นักฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ชาติแห่งศตวรรษ" ได้พรากชีวิตประชากรทั่วโลกไปแล้วประมาณ 4.2 ล้านคนเศษ มีผู้ป่วยติดเชื้อสะสมประมาณ 197 ล้านคนเศษ รวมทั้งประเทศไทยมีผู้ป่วยสะสม 5.9 แสนคน เสียชีวิตเกือบ 4.800 คน มี ทางรัฐบาล กระทรวงสาธารณสุข ทุกๆ ภาคส่วน บุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศมีความมุ่งมั่นจริงใจให้การพยาบาลรักษาดุแล พร้อมเร่งระดมเร่งฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชากรทั่วประเทศให้ครอบคลุมทั่วถึงให้ได้ 70 ล้านคนเศษทั่วประเทศ รวมทั้งแรงงานต่างด้าว นักท่องเที่ยวต่างประเทศที่กระจายพักอาศัยอยู่ทั่วประเทศไทยด้วย แต่เนื่องด้วยบุคคลากรทางการแพทย์บางส่วนมีกำลังจำนวนจำกัด อีกทั้งเป็นเหตุการณ์วิกฤติเฉพาะหน้าที่เพิ่งเคยเกิดขึ้นในประเทศไทยและทั่วโลกในรอบ 100 ปี จึงต้องแบ่งกำลังพลกระจายให้การรักษาพยาบาลผู้ติดเชื้อที่เจ็บป่วยสะสมอยูจำนวนมากและมีคนไข้ติดเชื้อเจ็บป่วยเพิ่มขึ้นตลอดเวลา จึงทำให้แพทย์พยาบาล อาสาสมัครฯ บางส่วนติดเชื้อจากผู้ป่วยและเสียชีวิตลงตลอดเวลา จากปัญหาและเหตุผลสำคัญดังกล่าวข้างต้น

กระผมจึงขอให้นายกรัฐมนตรีได้โปรดให้การสนับสนุนนโยบายนำเข้าวัคซีนทางเลือกเสรีและยกเว้นภาษี เพื่อสนับสนุนให้ภาคเอกชนทุกๆ ภาคส่วนทั่วประเทศที่มีความพร้อม มีขีดความสามารถนำเข้าวัคซีนเสรีทางเลือก ฉีดวัคซีนให้กับบุคคลากรของภาคเอกชนของตนเองแทนการรอรับฉีดวัคซีนจากภาครัฐ กระผมมีความมั่นใจว่าภาคเอกชนทุกๆ ภาคส่วนที่ประกอบด้วยภาคธุรกิจ ภัตตาคาร ร้านอาหาร ภาคอุสาหกรรม ภาคการท่องเที่ยว โรงแรม สถานบริการ อื่นๆ อีกจำนวนมากมีความพร้อมในการนำเข้าวัคซีนเสรีทางเลือกและยกเว้นภาษี จะสามารถนำวัคซีนสั่งเข้ามาระดมฉีดให้กับพนักงานลูกจ้างขององค์กรภาคเอกชนของเขาเอง รวมทั้งแรงงานต่างด้าวที่เขาดูแลได้เร็วขึ้น ทั้งเป็นการป้องกัน ลดการติดเชื้อ เจ็บป่วยและเสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงสาธารณะสุขได้มาก เชื่อว่าไม่เกิน 2 เดือน ภาคเอกชนน่าจะช่วยระดมฉีดวัคซีนพนักงานลุกจ้างได้ครอบคลุมทั่วถึงทั้งประเทศ และเป็นผลดีโดยตรงต่อรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขในเรื่องลดความสูญเสีย รวมทั้งเป็นผลดีต่อประเทศชาติ ทำให้ประเทศไทยสามารถเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวได้เร็วขึ้น

สุดท้ายนี้ ก็ขอฝากถึงทุกคนว่า การรู้เท่าทันเพื่อเตรียมรับมือให้ถูกวิธีจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลย สิ่งที่ควรคำนึงถึงและสำคัญที่สุดในการป้องกันคือ หลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการติดเชื้อ ถึงแม้ว่าจะฉีดวัคชีนป้องกันโควิด-19 แล้วก็ตาม ก็ยังมีโอกาสที่จะติดโควิด-19ได้อีก เราจึงยังต้องยกการด์สูง ใส่หน้ากากอนามัยอยู่ตลอดเวลา ล้างมือมือล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ เว้นระยะห่าง หลีกเลี่ยงการเดินทางไปในพื้นที่แออัด เลี่ยงการสัมผัสหรือใกล้ชิดผู้ที่มีความเสี่ยงสูง และทานอาหารเสริมสมุนไพร กระชายขาว (กระชายเหลืองหรือกระชายสีทอง)

   ถ้าบริษัท ห้างร้าน หรือใครที่สนใจ ต้องการนำไปแจกจ่าย หรือสั่งผลิตเพื่อจำหน่าย สามารถติดต่อได้ที่ คุณฐิติชญาเจษฏาเดช (กรรมการผู้จัดการบริษัท แรมโบ้เฮิร์บจำกัด โทร.092-496-1924 และ 081-498-3999

 ***อโรคยา ปรมาลาภา" ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ***

*** แรมโบ้เฮิร์บ ห่วงใยคุณและคนที่คุณรัก***

***ผลิตภัณฑ์สมุนไพรแรมโบ้เฮิร์บ มี อย. ถูกต้องตามกฎหมาย จึงมั่นใจ ปลอดภัย 100 % ***

   

วันอาทิตย์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2564

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รับมอบชุด PPE และแอลกอฮอล์ จากบริษัท คาวาลลิโน มอเตอร์ จำกัด และบริษัท คาวาลลิโน เซอร์วิส จำกัด เพื่อสนับสนุนปฏิบัติภารกิจสู้ภัยโควิด-19

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รับมอบชุด PPE และแอลกอฮอล์ จากบริษัท คาวาลลิโน มอเตอร์ จำกัด และบริษัท คาวาลลิโน เซอร์วิส จำกัด เพื่อสนับสนุนปฏิบัติภารกิจสู้ภัยโควิด-19


            มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย คุณศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ พร้อมด้วยคุณชูเดช เตชะไพบูลย์ ผู้ช่วยกรรมการ รับมอบชุดอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment: PPE)  จำนวน 1,000 ชุด และแอลกอฮอล์ จำนวน 2,000 ลิตร จากคุณนันทมาลี ภิรมย์ภักดี  ในนามบริษัท คาวาลลิโน มอเตอร์ จำกัด และบริษัท คาวาลลิโน เซอร์วิส จำกัด เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของทีมบรรเทาสาธารณภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ที่ออกภารกิจช่วยเหลือผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ณ Ferrari Cavallino Motors เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอขอบพระคุณผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านที่ร่วมบริจาคทรัพย์ สิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค สมทบทุนช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (โควิด-19) 

ติดต่อสอบถาม ติดตามข่าวสารและการปฏิบัติภารกิจของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

.#ป่อเต็กตึ๊ง ยึดมั่นอุดมการณ์ อยู่เคียงข้างทุกวิกฤต#

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต

#มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง 110 ปีความดีที่ยั่งยืน#

#แอปพลิเคชัน และ สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418#

#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน#

วันเสาร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2564

สภาองค์กรเยาวชนสร้างสรรค์พัฒนาสังคม ร่วมกับสภาองค์กรเยาวชนคนสร้างชาติ มอบสิ่งของสู้ภัยโควิด-19

สภาองค์กรเยาวชนสร้างสรรค์พัฒนาสังคม ร่วมกับสภาองค์กรเยาวชนคนสร้างชาติ มอบสิ่งของสู้ภัยโควิด-19



นางณิชาภา สิงห์ณรงค์ ประธานสภาองค์กรเยาวชนคนสร้างชาติ นายธีรธัชช์ สิงห์ณรงค์ธร ประธานสภาองค์กรวัฒนธรรมไทย อาเซี่ยน และสภาองค์กรเยาวชนสร้างสรรค์พัฒนาสังคม ได้นำสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นมอบแก่ผู้ป่วยที่เข้าพักรักษาตัวด้วยโรคโควิด-19 แด่โรงพยาบาลสนามพลังแผ่นดิน "ใต้ร่มพระบารมี" ซึ่งสามารถจุผู้ป่วยได้ถึงจำนวน1,750 เตียง โดยมีนายแพทย์เหรียญทอง แน่นหนา เป็นผู้รับมอบ เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2564



จากนั้น เวลา 12.00 น. สภาองค์กรเยาวชนสร้างสรรค์พัฒนาสังคม ร่วมกับสภาองค์กรเยาวชนคนสร้างชาติ นำโดยนายวรวุฒิ อุตสาแท้ ประธานสภาองค์กรเยาวชนสร้างสรรค์พัฒนาสังคม พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารสภาฯ ได้ร่วมกันแจกชุดธารน้ำใจ สู้ภัยโควิด-19 ประกอบด้วย ข้าวสาร นมถั่วเหลือง น้ำดื่ม ขนมปัง ขนมบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง หน้ากากอนามัย ยาแก้ปวด จำนวน 71 ชุด ชุดอาหารว่าง จำนวน 100 ชุด และผลไม้ (มังคุด) จำนวน 40 กิโลกรัม ให้แก่พี่น้องชาวเขาในพื้นที่ตำบลสบเปิง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่

ทั้งนี้ สภาองค์กรเยาวชนสร้างสรรค์พัฒนาสังคม และสภาองค์กรเยาวชนคนสร้างชาติ ขอร่วมเป็นกำลังใจ และขอเป็นส่วนเล็กๆ ส่วนหนึ่ง ในการช่วยเหลือสังคมในการต่อสู้ และฝ่าวิกฤติในครั้งนี้ ช่วยคนไทยทุกคนให้ปลอดภัยจากโควิด ไปด้วยกัน

"สารวัตรแรมโบ้” รับรางวัล “๑ ปณิธานความดี เทิดไท้พระภูมีนนวมินทรา” ผู้ทำประโยชน์ต่อประเทศชาติ” จากอดีตนายกฯ ชวน

"สารวัตรแรมโบ้” รับ รางวัล “๑ ปณิธานความดี เทิดไท้พระภูมีนนวมินทรา”  ผู้ทำประโยชน์ต่อประเทศชาติ”  จากอดีตนายกฯ ชวน ลั่นจะทำงาน รับใช้สั...