วันอาทิตย์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

ส.ศักดิ์​เดชน์​ ​KOVID ร่วมเป็นส่วนหนึ่ง​ของสังคม ก้าวข้ามสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 เลี้ยง​อาหารกลางวัน​เด็ก​กำพร้า ​และมอบอา​หารกล่องให้แก่ทัพหน้าชุดขาว

ส.ศักดิ์​เดชน์​ ​KOVID ร่วมเป็นส่วนหนึ่ง​ของสังคม

ก้าวข้ามสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19

เลี้ยง​อาหารกลางวัน​เด็ก​กำพร้า ​และมอบอา​หารกล่องให้แก่ทัพหน้าชุดขาว

บริษัท​ ส.ศักดิ์​เดชน์​ จำ​กัด ผู้​จำหน่าย​กา​แ​ฟและโกโก้​ผง​แบรนด์​KOVID เดินหน้าไปด้วยกันร่วมเป็นส่วนหนึ่ง​ของสังคมก้าวข้ามสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ด้วยการเลี้ยง​อาหารกลางวัน​เด็ก​กำพร้า ณ สมาคมสงเคราะห์​เด็ก​กำ​พร้า​แห่งประเท​ไทย และ​โรงเรียนเมตตาวิทยา

 รวมทั้เงส่งมอบอา​หารกล่องให้แก่ทัพหน้าชุดขาว แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ โรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน และโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นขวัญ​กำลัง​ใจในการทำงาน เมื่อเร็วๆ นี้

เพราะการให้คือสิ่งที่มากคุณค่า#ส่งมอบกาแฟเป็นกำลัง​ใจ#หากคุณ​จะร่วมสร้าง​ขวัญ​และกำลังใจแก่แนวหน้า ติดต่อเรามาครับ​ เราพร้อมบริการ​ส่งไปแนวหน้า​ พร้อมป้ายฟรี โทร.089-118-0815 

วันอังคารที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

รพ. กรุงเทพ ขอชี้แจงกรณีมีมิจฉาชีพ หลอกลวงเรื่องชำระเงินจองวัคซีนล่วงหน้า

รพ. กรุงเทพ ขอชี้แจงกรณีมีมิจฉาชีพ

หลอกลวงเรื่องชำระเงินจองวัคซีนล่วงหน้า

โปรดระวัง มิจฉาชีพหลอกลวง เรื่องชำระเงินจองวัคซีนล่วงหน้า เนื่องจากมีมิจฉาชีพ ได้ปลอมบัญชีในสื่อออนไลน์ ทั้ง Facebook และ Line โดยใช้โลโก้ขององค์กร และข้อความ ให้กรอกข้อมูลส่วนตัวและชำระเงินเพื่อจองวัคซีนล่วงหน้า

ขอเรียนว่า โรงพยาบาลกรุงเทพ ในเครือของ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS ยังไม่เปิดให้จองวัคซีนทางเลือก หรือรับเงินค่าวัคซีนล่วงหน้าแต่อย่างใด และโรงพยาบาลฯ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบัญชี Facebook หรือบัญชี Line ดังกล่าว ทั้งนี้ โรงพยาบาลฯ กำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับมิจฉาชีพรายนี้ต่อไป

ขอให้ท่านติดตามข้อมูลข่าวสารของโรงพยาบาลกรุงเทพ ผ่านช่องทางต่อไปนี้เท่านั้น

Website : www.bangkokhospital.com

LINE Official : @Bangkokhospital

Facebook : Bangkok Hospital โรงพยาบาลกรุงเทพ

Twitter : Bangkokhospital

 

  

โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ เผยวิธีรับมือเมื่อ COVID-19 ลงปอด

โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ เผยวิธีรับมือเมื่อ COVID-19 ลงปอด

 ปัจจุบันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ยังคงเป็นเรื่องที่น่าห่วง โดยเฉพาะหากเชื้อไวรัสลงปอดแล้วปล่อยทิ้งไว้หรือไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ ดังนั้นการรู้เท่าทันเพื่อเตรียมรับมือให้ถูกวิธีหากต้องเผชิญกับปัญหานี้จึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลย

            ผศ.นพ.อรรถภูมิ สู่ศุภอรรถ ศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอกและผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ กล่าวว่า เชื้อไวรัส COVID-19 เป็นเชื้อไวรัสที่มีความรุนแรงสูง การทำงานของเชื้อตัวนี้จะเริ่มจากการที่เชื้อเข้าไปในร่างกายแล้วไปเกาะในอวัยวะต่าง ๆ อาทิ ปอด หัวใจ หลอดเลือด ลำไส้ และหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงไต หลังจากนั้นเชื้อไวรัส COVID-19 จะแทรกซึมเข้าไปในเซลล์และเพิ่มจำนวนในเซลล์ขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเพิ่มจำนวนถึงระดับหนึ่งแล้วจะทำลายเซลล์ แล้วแตกตัวออกมาเป็นไวรัสจำนวนมากเพื่อไปแทรกซึมในอวัยวะข้างเคียงอื่น ๆ ต่อไป ซึ่งการทำลายเซลล์ที่เกิดขึ้นจะถูกกระทบเป็นลูกโซ่อย่างต่อเนื่องจนกระทั่งอวัยวะนั้น ๆ ได้รับความเสียหายและไม่สามารถทำหน้าที่ได้อีกต่อไป ในกรณีของปอด เมื่อปอดถูกทำลายไปมากแล้วย่อมไม่สามารถแลกเปลี่ยนออกซิเจนได้ตามปกติ ระดับออกซิเจนในเลือดของคนไข้ก็จะต่ำลง ทำให้เนื้อปอดไม่สามารถทำงานได้เหมือนเดิม

                เมื่อเชื้อไรวัส COVID-19 ลงปอดแล้ว กลุ่มผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงที่สุดคือ ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ ผู้ที่มีโรคอ้วน BMI มากกว่า 30 และผู้ที่มีโรคแทรกซ้อนต่างๆ เมื่อเชื้อไวรัส COVID-19 แทรกซึมลงไปถึงปอดแล้วจับกับเซลล์ในปอดจำนวนมากจะทำให้เกิดการทำลายเซลล์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  จนส่งผลกระทบต่อการทำงานของปอดโดยตรง ซึ่งเซลล์ที่ถูกทำลายในจำนวนมากนี้จะส่งผลให้เกิดการสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายขึ้นเพื่อต่อต้านเชื้อไวรัส COVID-19 และต่อต้านปฏิกิริยาต่าง ๆ ที่ผิดปกติในร่างกาย กระบวนการนี้จะเกิดการทำลายเนื้อปอดซ้ำซ้อน จนทำให้เนื้อปอดแย่ลงอย่างรวดเร็ว และจะทำให้อาการรุนแรงขึ้นถ้าไม่รีบรักษา

การรักษาโรค COVID-19 เมื่อลงปอดแล้วสามารถทำได้ด้วยการให้ยาต้านไวรัส ซึ่งจะเข้าไปฆ่าเชื้อไวรัสเพื่อหยุดยั้งไม่ให้เชื้อแบ่งตัวเพิ่มขึ้นและทำลายเซลล์ นอกจากนี้แพทย์จะจ่ายยาต้านการอักเสบเพื่อลดกระบวนการอักเสบในร่างกายร่วมกับการให้ยารักษาตามอาการควบคู่กันไปด้วย

ในกรณีที่อาการหนัก เนื้อปอดบวมน้ำมาก เนื้อปอดเสียหายมาก แพทย์จำเป็นจะต้องใช้เครื่องช่วยหายใจและใส่ท่อช่วยหายใจเพื่อเพิ่มปริมาณออกซิเจนในเนื้อปอด ซึ่งจะทำให้ปริมาณออกซิเจนในเลือดสูงพอที่จะสามารถไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ได้ แต่ในบางกรณีที่เครื่องช่วยหายใจไม่สามารถช่วยชีวิตไว้ได้ก็จำเป็นจะต้องใช้อุปกรณ์พิเศษที่เรียกว่า ECMO (Extracorporeal Membrane Oxygenation) เครื่องช่วยพยุงการทำงานของหัวใจและปอด ซึ่งทำงานโดยการนำเลือดจากร่างกายคนไข้มาฟอกแล้วเติมออกซิเจนก่อนที่จะคืนกลับเข้าไปในร่างกายของคนไข้อีกครั้ง เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้กับคนไข้

สิ่งที่ควรคำนึงถึงและสำคัญที่สุดในการดูแลปอดช่วง COVID-19 คือ หลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการติดเชื้อ ซึ่งทำได้ด้วยการใส่หน้ากากอนามัย ล้างมืออย่างสม่ำเสมอ การเว้นระยะห่าง หลีกเลี่ยงการเดินทางไปในพื้นที่แออัด เลี่ยงการสัมผัสหรือใกล้ชิดผู้ที่มีความเสี่ยงสูง หากมีข้อสงสัยหรือมีอาการผิดปกติให้รีบพบแพทย์ทันที สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ รพ.หัวใจกรุงเทพ โทร. 02-310-3000 โทร.1719  หรือ LINE Official : @hearthospital

 

วันอาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

บริษัท แรมโบ้เฮิร์บ จำกัด มอบสมุนไพรสกัดจาก ฟ้าทลายโจร , กระชายขาว และขิง ให้พี่น้องประชาชนกลุ่มผู้สัมผัสผู้ติดเชื้อโควิด-19

บริษัท แรมโบ้เฮิร์บ จำกัด มอบสมุนไพรสกัดจาก ฟ้าทลายโจร , กระชายขาว และขิง ให้พี่น้องประชาชนกลุ่มผู้สัมผัสผู้ติดเชื้อโควิด-19


     พ.ต.อ.สุรโชค  เจษฏาเดช (สารวัตรแรมโบ้) และคุณฐิติณ์ชญา  เจษฏาเดช (คุณนายต๋อย) พร้อมครอบครัว มอบสมุนไพรที่สกัดจากฟ้าทลายโจร , กระชายขาว และขิง ซึ่งมีสรรพคุณในการบำรุงสุขภาพ และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย ผลิตโดย บริษัท แรมโบ้เฮิร์บ จำกัด ให้พี่น้องประชาชนกลุ่มผู้สัมผัสผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่บ้านไพรสาลี หมู่ที่ 1 ตำบลดอนเมือง อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา

 

       สำหรับผู้สัมผัสผู้ติดเชื้อโควิด-19 หรือกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ตำบลหนองน้ำใส ติดต่อขอรับได้ที่ บก.วรเดช ภูกระโนนิวส์ โทร. 092-372-3767

รับประทานสมุนไพรเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

วันอังคารที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง “ส่งต่อน้ำไทย สู้ภัยโควิด-19” มอบเครื่องอุปโภคบริโภค เพื่อช่วยเหลือและส่งกำลังใจถึงชาวชุมชนคลองเตย ผ่านมูลนิธิดวงประทีป

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง “ส่งต่อน้ำไทย สู้ภัยโควิด-19” มอบเครื่องอุปโภคบริโภค เพื่อช่วยเหลือและส่งกำลังใจถึงชาวชุมชนคลองเตย ผ่านมูลนิธิดวงประทีป

                มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายพินัย ศรีพนาสณฑ์ ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ พร้อมด้วยนางศิริพร กระจ่างหล้า รักษาการหัวหน้าแผนกสังคมสงเคราะห์ และนายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกสังคมสงเคราะห์ นำทีมลงพื้นที่มอบเครื่องอุปโภคบริโภค และสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นในโครงการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  “ส่งต่อน้ำใจไทย สู้ภัยโควิด-19”  ประกอบด้วย ข้าวสาร 5 (กก.) 2,000 ถุง  บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป (ชนิดถ้วย) 1,440 ถ้วย ปลากระป๋อง 2,000 กระป๋อง นมไวตามิลค์  2,400 กล่อง โอวัลติน (3in1) 4,800 ซอง  หน้ากากอนามัย 42,500 ชิ้น เจลแอลกอฮอล์ (450 ml) 480 ขวด  น้ำยาฆ่าเชื้อโรค เดทตอล (500 มล.) 10 แกลลอน  และถุงมือยาง 10,000 ชิ้น รวม 9 รายการ  คิดเป็นมูลค่า 293,900 บาท (สองแสนเก้าหมื่นสามพันเก้าร้อยบาทถ้วน) เพื่อเป็นการบรรเทาทุกข์ และให้กำลังใจแก่ชาวชุมชนคลองเตย ผ่านมูลนิธิดวงประทีป โดยมี นางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ ผู้ก่อตั้งและเลขาธิการมูลนิธิดวงประทีป เป็นผู้รับมอบ ณ มูลนิธิดวงประทีป คลองเตย กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2564


         นับตั้งแต่เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ในปี 2563 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ได้จัดให้มีการช่วยเหลือทั้งใน “ด้านบรรเทาสาธารณภัย” โดยการปรับแผนด้านการช่วยเหลือฉุกเฉิน “ด้านสังคมสงเคราะห์” โดยการลงพื้นที่แจกจ่ายอาหารกล่องพร้อมน้ำดื่ม และหน้ากากอนามัย (ชนิดผ้า) รวมทั้งการแจกจ่ายถุงยังชีพแก่ประชาชนในชุมชน รวมทั้งจัดตั้งตู้ปันสุขในพื้นที่ต่าง ๆ  โดยการปรับเปลี่ยนพื้นที่ตั้งตู้ปันสุขไปตามพื้นที่ต่างๆ และ “ด้านหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน” ในการแจกจ่ายหน้ากากอนามัยและให้ความรู้ด้านการการป้องกัน การแจกจ่ายชุดยาสามัญประจำบ้าน  เจลแอลกอฮอล์ และเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ให้แก่ประชาชนในชุมชนต่างๆ โดยเน้นการช่วยเหลือในกลุ่มผู้เจ็บไข้ได้ป่วยเบื้องต้นและผู้สูงอายุเพื่อบรรเทาทุกข์แก่ประชาชน การแจกจ่ายชุดยาสามัญประจำบ้านในชุมชนต่างๆ พร้อมทั้งจัดตั้งกองทุน “ธารน้ำใจ สู้ภัยโควิด-19” มอบอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์มอบให้กับโรงพยาบาลที่ขาดแคลนทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด และในปี 2564 นี้ แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ระลอกใหม่ ยังคงน่าเป็นห่วง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ยังคงลงพื้นที่เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง รวมงบประมาณดำเนินการออกช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จนถึงปัจจุบัน เป็นเงินไม่ต่ำกว่า 25 ล้านบาท

                 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอขอบพระคุณผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านที่ร่วมบริจาคทรัพย์ สิ่งของ รวมถึงเครื่องอุปโภคบริโภค เพื่อให้มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ส่งต่อธารน้ำใจไปยังประชาชนให้มีกำลังสู้ภัยโควิด-19 ระลอกใหม่นี้ไปด้วยกัน 

ติดต่อสอบถามหรือติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  www.facebook.com/atpohtecktung

ถึงจะต้องอยู่ห่าง ...แต่เราพร้อมเคียงข้างคุณเสมอ 

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง110ปีความดีที่ยั่งยืน

ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต 

แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง 1418

ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน 

เปิดตัวโรงเรียนอนุบาลนานาชาติฟินแลนด์ เฮย์ สคูล กรุงเทพฯ แห่งแรกในประเทศไทย ภายใต้ บจก. ชิลเดรน มัสท์ เพลย์ เริ่มเปิดปีการศึกษาแรกเดือนกันยายน 64

ฟินแลนด์ ผู้นำระดับโลกด้านระบบการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัย  หนุน 4 หนุ่มสาวคนรุ่นใหม่ เปิดตัวโรงเรียนอนุบาลนานาชาติฟินแลนด์ เฮย์ สคูล กรุงเทพฯ แห่งแรกในประเทศไทย  ภายใต้ บจก. ชิลเดรน มัสท์ เพลย์  เริ่มเปิดปีการศึกษาแรกเดือนกันยายน 64


    
เด็กไทยมีเฮ  พ่อแม่ยุคใหม่อยากให้ ลูกเรียนอย่างมีความสุข  เจาะจงเลือก เฮย์ สคูล  ที่เน้นการเรียนรู้ผ่านการเล่น (Play-based learning)  เรียนรู้อย่างเป็นธรรมชาติผ่านการทำกิจกรรม และเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong learning) วิธีการเรียนที่ให้ผลสูงสุด ยอมรับไปทั่วโลก เอกสิทธิ์ HEI Scho    มหาวิทยาลัย เฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์  (University of Helsinki)  ชี้ให้สำคัญในการพัฒนาระบบการศึกษาสำหรับเด็กก่อนวัยเรียน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญยิ่งที่จะส่งผลถึงการศึกษาตั้งแต่ประถม-มัธยม และในระดับสูงยิ่งขึ้นไป จากการวิจัยพบว่า เด็กอายุ ปีแรกเป็นช่วงอายุที่สำคัญที่สุดต่อพัฒนาการ ทั้งทางด้านร่างกาย และ จิตใจ  ลักษณะนิสัยและแนวความคิดเชิงบวก  (A child’s first 7 years are the magical years)  และเด็กๆ จะเรียนรู้ได้ดีที่สุดผ่านการเล่น การได้ลงมือทำ  (Children learn best when they play)

นอกจากนี้ผลวิจัยชี้ให้เห็นถึง การจัดองค์ประกอบพื้นที่การเรียนรู้และสภาพแวดล้อม  สำคัญยิ่ง (Learning environment) ต่อสมอง พฤติกรรม และอารมณ์ ตลอดจนพื้นฐานการมีชีวิตที่ดีต่อไปในภายภาคหน้า                                                        

ละปัจจัยสำคัญที่สุด คือ คุณภาพของครูผู้สอน (Teachers matter) ยิ่งเด็กเล็กเท่า ไหร่ คุณครูยิ่งต้องมีคุณภาพมากเพียงนั้น ในประเทศฟินแลนด์ครูของเด็กชั้นปฐมวัยถือว่ามีความสำคัญมากที่สุด  ยิ่งเด็กเล็กคุณภาพของครูผู้สอนต้องมีสูงมากๆ เพื่อที่จะช่วยพัฒนาเด็กได้อย่างดีที่สุด  จึงเป็นที่มาของโมเดลการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัย  “Finnish Preschool Model”  ที่เป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก     


              

พิษร้ายจากโรคระบาดโควิด ไม่ได้ทำให้บรรดาผู้ปกครองเปลี่ยนใจลดระดับการเลือกสถานศึกษาให้กับบุตรหลาน   นับเป็นโอกาสที่น่าโชคดีของเด็กไทยและวงการการศึกษาประเทศไทย  ที่กลุ่มหนุ่มสาวคนรุ่นใหม่นำโดยคุณพ่อ-คุณแม่ลูกน้อย  นางพรลดาและนายวศิน วินิชบุตร  ที่เด็กชาย-หญิง  อายุ  2.3 ปี และ  ปี  รับสิทธิตรงจาก ฟินแลนด์ ผู้นำระดับโลกด้านระบบการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัย  เปิดตัวโรงเรียนอนุบาลนานาชาติฟินแลนด์ เฮย์ สคูล กรุงเทพฯ แห่งแรกในประเทศไทย  ภายใต้ บริษัท ชิลเดรน มัสท์ เพลย์ จำกัด  หรือ  Children Must Play Co., Ltd.  ตั้งอยู่ที่ซอยสุขุมวิท 36  สำหรับเด็กอายุ 1.5 – 6 ปี  และจะเปิดการเรียนการสอนในปีการศึกษาแรก ในเดือน กันยายน 2564   คุณพ่อ-คุณแม่ที่มีบุตรน้อยช่วงอายุดังกล่าว  สามารถดูข้อมูลติดต่อสอบถามได้ที่ hello@heibangkok.com  หรือโทร. 082-002-5555 

เฮย์ สคูล กรุงเทพฯ  ตั้งใจที่จะดึงศักยภาพสูงสุดของเด็กแต่ละคนออกมา ในแบบที่เค้าเป็นและในความพร้อมที่เค้ามี  พร้อมทำ Individual Plan ให้กับเด็กแต่ละคนตามความเหมาะสม เพราะเราเข้าใจถึงพัฒนาการของเด็กตามวัยและความแตกต่างของเด็กแต่ละบุคคล


นางพรลดา วินิชบุตร  เปิดเผยว่า  HEI Schools ได้รับการยอมรับว่า เป็นโรงเรียนอนุบาลสำหรับเด็กปฐมวัยที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง ในประเทศฟินแลนด์ และในระดับนานาชาติ    โดยโรงเรียนอนุบาลนานาชาติฟินแลนด์ เฮย์ สคูล กรุงเทพฯ นี้  มุ่งเป้า  “ความเป็นเลิศด้านการศึกษาปฐมวัย โดยเป็นโมเดลการสอนที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะ HEI Schools  ที่เน้นการเรียนรู้ผ่านการเล่น หรือ  Play-based Learning   ซึ่งเป็นการเล่นอย่างมีระบบและมีจุดประสงค์ชัดเจน   ร่วมไปกับการเรียนแบบ Project-based learning   และปลูกฝังให้เด็กรักที่จะเรียนรู้ตลอดชีวิต  (Lifelong learning)  ยิ่งกว่านี้  หลักสูตร  HEI Schools  แบ่งหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนออกเป็น  กรอบการเรียนรู้ผ่าน 10 โมดูลที่สำคัญ  (4 Frameworks and 10 Modules)   ที่เสริมสร้างทักษะและพัฒนาการ เด็กเล็กในด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ การค้นพบตนเอง ความถนัด ความคิดสร้างสรรค์ วุฒิภาวะ ความรับผิดชอบต่อตนเอง ผู้อื่น และสังคม การคิดวิเคราะห์ และการแก้ปัญหาระบบการสอนรูปแบบ  “Finnish Preschool Model”  ที่เป็นที่ยอมรับแล้วจากทั่วโลก  ได้เน้นคุณภาพของครูผู้สอนเป็นอย่างสูง  และ นักเรียนของ HEI Schools Bangkok  จะได้อยู่ในสังคมหลากหลายภาษา  นอกจากภาษาอังกฤษที่ใช้เป็นภาษาหลัก  เรายังเข้าใจถึงการให้ความสำคัญกับภาษาบ้านเกิด  เช่น ภาษาไทย ภาษาจีนกลาง  ตลอดจนการปลุกฝังวัฒนธรรมไทยให้กับเด็ก   ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดนี้ ได้มีการบรรจุลงในหลักสูตรการเรียนการสอนอย่างครบถ้วน


ด้านความพิเศษของสถานที่  โรงเรียนอนุบาลนานาชาติฟินแลนด์ เฮย์ สคูล กรุงเทพฯ ได้ทำการออกแบบและก่อสร้างอาคารเรียนใหม่ในสไตล์  Nordic Design หรือสแกนดิเนเวียน พร้อมฟังก์ชั่นพื้นที่ต่างๆ ตามแนวทางของ  HEI Schools Finland กำหนดให้สอดคล้องกับแนวคิดที่ส่งผลสูงสุดต่อพัฒนาการการเรียนรู้ของเด็กในช่วงวัยนี้ โดยให้ทัศนียภาพโดยรวมเป็นสถานที่สวยงามเหมือนเป็นเมืองสวรรค์ในโลกของเด็กมีความกลมกลืนของฟังก์ชั่นด้านพื้นที่ ที่ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ในทุกจุดทุกพื้นที่ตลอดเวลา โดยใช้สถาปนิกที่มีชื่อเสียงและได้รับรางวัลมากมายในประเทศไทย 


โรงเรียนอนุบาลนานาชาติฟินแลนด์ เฮย์ สคูล กรุงเทพฯ ขณะนี้อยู่ระหว่างการเปิดรับสมัครเรียน  ซึ่งพ่อ-แม่ที่มีบุตรน้อยต่างให้การตอบรับเป็นอย่างดี ทั้งนี้โรงเรียนได้ทำการเปิดหลักสูตร Pre-Kindergarten และ Kindergarten สำหรับนักเรียนอายุตั้งแต่  1.5 - 6 ปี มีทั้งหมด ชั้นเรียน  โดยรับนักเรียนจำนวนจำกัดไม่เกิน 150  คน  แบ่งออกเป็น Pre-Kindergarten 1  และ  Pre-Kindergarten 2 Kindergarten 1   ถึง  Kindergarten 3   (K1-K3) เริ่มทำการเปิดการเรียนการสอนเป็นปีการศึกษาแรก ในเดือนกันยายน 2564 นี้ โดยแบ่งเป็น เทอม พร้อมซัมเมอร์ ดังนี้ เทอม เริ่ม กันยายน 2021 – 17 ธันวาคม 2021  เทอม เริ่ม 10 มกราคม 2022 – 8 เมษายน 2022  เทอม เริ่ม  25 เมษายน 2022 – 1 กรกฎาคม 2022   และซัมเมอร์ เริ่ม กรกฎาคม 2022 – 22 กรกฎาคม 2022 อัตราค่าธรรมเนียมการศึกษาอยู่ระหว่าง 100,000 บาท – 130,000 บาท ตามระดับของการเรียนต่อภาคการศึกษา และจัดให้มีโภชนาการอาหารที่มีคุณค่า  ทั้งอาหารนานาชาติและอาหารไทยอีกด้วย

ทั้งนี้ เด็กที่จบการศึกษาในระดับชั้นปี K3 ของเรา จะมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการเข้าสู่การศึกษาในระดับประถมศึกษาในทุกรูปแบบการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนไทยหรือนานาชาติ  ระบบการสอนที่แตกต่าง กับรางวัลการันตีระดับโลกมากมาย นางพรลดา วินิชบุตร ในฐานะผู้บุกเบิกและคุณแม่ที่มีลูกน้อย ค้นพบว่าระบบการศึกษาของฟินแลนด์น่าสนใจมากเป็นพิเศษ จึงตัดสินใจบินตรงไปยังประเทศฟินแลนด์เพื่อศึกษาข้อมูล และเยี่ยมชมหลายๆ โรงเรียน  พบว่า HEI Schools คือโรงเรียนที่ตอบโจทย์เราในมุมมองของผู้ปกครองมากที่สุด โดยเฉพาะการให้เด็กเรียนรู้อย่างเป็นธรรมชาติ และความเข้าใจเรื่องการพัฒนาการของเด็กที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล รวมไปถึงการจัดการและการบริหารการศึกษาที่มีมาตรฐานสูง ที่ทำให้ HEI Schools ได้รับรางวัลมากมายต่อเนื่องทุกปี   รวมถึง ประเทศ Finland  ได้ถูกจัดอันดับขึ้นแท่น  PISA Chart  เป็นอันดับแรกๆ ของโลกอย่างต่อเนื่องมาทุกปี และรายงานพิเศษในแวดวงการศึกษา ได้ประกาศให้ Finland  เป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จสูงสุดของระบบการเรียนการสอนในระดับของเด็กก่อนวัยเรียน (The 2018 OECD Country Report)  และในส่วนของ HEI Schools เนื่องในปี 2018 Vuoden Huiput Grand Prix, Best service and product Award 2018 ในปี 2019 - The Fast company  World Changing  ideas Award 2019 และ ปี 2020 - The Hundred Innovation Award  ในปี 2019 และ 2020 ถึง  ปีซ้อน  

นอกจากนี้ ยังได้เชิญ ผศ.ดร.ปิยพงษ์ สุเมตติกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษา และดร.พีรภัทร  ฝอยทอง ที่ปรึกษาฝ่ายหลักสูตรและวิชาการมาร่วมกันออกแบบและพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนต่างๆ ที่ดีที่สุด สำหรับการพัฒนาเด็ก HEI Schools Bangkok และให้สอดคล้องกับเงื่อนไขของ University of Helsinki ประเทศฟินแลนด์ ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง HEI Schools เป็นผู้กำหนด โดยปรับให้เหมาะกับสภาวะและวัฒนธรรมของประเทศไทย


HEI Schools Bangkok มีความเชื่อมั่นว่า เด็กๆทุกคนภายใต้การดูแลของเราจะได้รับการพัฒนาพื้นฐานความเป็นมนุษย์ที่เติบโตไปพร้อมกับความสมบูรณ์ทั้งทางกายและจิตใจ สามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงในทุกด้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีวุฒิภาวะ และที่สำคัญคือ มีทักษะการดำรงชีวิตอย่างความสุข  

ตลาดการศึกษานานาชาติ  ตลาดร่วม แสนล้าน เติบโตต่อเนื่อง

จากเทรนด์ของการส่งลูกหลานไปเรียนยังต่างประเทศได้พลิกกลับเป็นการส่งเข้าเรียยในโรงเรียนนานาชาติในประเทศแทนตั้งแต่ช่วง  Pre-Covid ยิ่งกว่านี้ด้วยแรงหนุนจากโควิด  ยิ่งเป็นการตอกย้ำความนิยมนี้โดยปริยาย ข้อมูลจากสมาคมโรงเรียนนานาชาติแห่งประเทศไทย ระบุว่าโรงเรียนนานาชาติมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 12% (ย้อนหลัง ปี) ในปี 2560 มีจำนวนโรงเรียนนานาชาติเพิ่มขึ้นถึง 18-20%  ปัจจุบัน  มีโรงเรียนนานาชาติเป็นจำนวนกว่า 200 แห่ง   มีอัตราขยายการเติบโตปีละ   9%   เมื่อเทียบกับย้อนหลังไปประมาณ  4-5 ปีที่ผ่านมา  ที่มีอัตราการเติบโตแบบดับเบิ้ลดิจิตอลถึง ปีซ้อน เรียกว่าได้ว่า โรงเรียนนานาชาติของไทยเติบโตสูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีมูลค่าตลาดประมาณ  60,000 – 70,000 ล้านบาท  โดยโรงเรียนที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อการเรียนการสอน มีทั้งสิ้น 205 แห่ง  และ จังหวัดที่มีการขยายโรงเรียนนานาชาติรองรับความต้องการมากที่สุดได้แก่ กรุงเทพ 118 แห่ง เชียงใหม่ 16  ภูเก็ต 11 ชลบุรี 8 ปทุมธานี 4 นครราชสีมา 4 ระยอง 3 สระบุรี สมุทรปราการ 3 หาดใหญ่ (สงขลา) 3  สุราษฎร์ธานี 3 และนนทบุรี 1โดยเป็นโรงเรียนระดับพรีเมี่ยมกว่า  73 แห่ง  โดยมีรายได้รวมจากค่าเล่าเรียนต่อปี 844.9 ล้านเหรียญสหรัฐประมาณ หรือ 25,347 ล้านบาท  (ข้อมูล ณ เดือนธันวาคม 2561 จาก ISC Research Ltd)




"สารวัตรแรมโบ้” รับรางวัล “๑ ปณิธานความดี เทิดไท้พระภูมีนนวมินทรา” ผู้ทำประโยชน์ต่อประเทศชาติ” จากอดีตนายกฯ ชวน

"สารวัตรแรมโบ้” รับ รางวัล “๑ ปณิธานความดี เทิดไท้พระภูมีนนวมินทรา”  ผู้ทำประโยชน์ต่อประเทศชาติ”  จากอดีตนายกฯ ชวน ลั่นจะทำงาน รับใช้สั...