วันศุกร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2568

ททท. สำนักงานเชียงราย เชิญชวนนักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยวเชียงราย และพะเยา ในช่วงเดือนเมษายน - พฤษภาคม 2568

ททท. สำนักงานเชียงราย เชิญชวนนักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยวเชียงราย และพะเยา ในช่วงเดือนเมษายน - พฤษภาคม 2568 

และร่วมสืบสานงานประเพณีสงกรานต์ ปี๋ใหม่เมืองเชียงราย-พะเยา ประจำปี 2568

         นายวิสูตร  บัวชุม ผู้อำนวยการสำนักงาน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงราย ซึ่งรับผิดชอบการส่งเสริมการท่องเที่ยว ในด้านการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์และการกระตุ้นการตลาดการท่องเที่ยว 2 จังหวัด คือ จังหวัดเชียงราย และจังหวัดพะเยา กล่าวว่า ในช่วงเดือนเมษายน - พฤษภาคม 2568 เป็นช่วงที่ในพื้นที่จังหวัดเชียงรายและพะเยา มีงานเทศกาลประเพณีสงกรานต์ หรือปี๋ใหม่เมือง และกิจกรรมท่องเที่ยวที่มีความหลากหลาย ทั้งภาครัฐและเอกชน ได้จัดขึ้นสุดยิ่งใหญ่ที่เต็มไปด้วยสีสันและมีกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดมากมาย เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวทุกท่านมาร่วมกิจกรรมต่างๆ ในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยมนต์เสนห์ของชาวเหนือ ความสนุกสนาน  ตื่นตาตื่นใจจากการแสดงดนตรีสด, ดนตรีพื้นบ้าน, ได้เติมเต็มความสุข และผ่อนคลายตลอดช่วงฤดูร้อนนี้

          การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้สนองตอบต่อนโยบายรัฐบาล ให้มีการจัดกิจกรรมตลอดทั้งปี โดยมีจุดมุ่งหมายให้ประเทศไทยท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ภายใต้แคมเปญ "Amazing Thailand Grand Tourism & Sports Year 2025" เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและเพิ่มรายได้เข้าสู่ประเทศ โดยในปีนี้ ททท. ได้จัดงาน "เทศกาลเที่ยวเมืองไทย" ระหว่างวันที่ 26-30 มีนาคม 2568 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีการนำเสนอสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวจาก 5 ภูมิภาค 77 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ  ซึ่งในส่วนขอภูมิภาคภาคเหนือ มีการจัดแสดงหมู่บ้านภาคเหนือภายใต้แนวคิด "Season of North 2025" โดยนำเสนอประสบการณ์การท่องเที่ยวภาคเหนือในแต่ละฤดู มีการจัดแสดงสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวจากจังหวัดต่าง ๆ ในภาคเหนือ รวมถึงการนำเสนอวัฒนธรรม วิถีชีวิต และอาหารท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของภาคเหนือ  เชิญชวนนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมภาคเหนือในช่วงฤดูร้อนนี้ โดยเน้นการจัดกิจกรรม "แอ่วเหนือ...กันแบบ 'อยู่ เย็น เป็น สุข'" ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ "สีสัน...แอ่วเมืองเหนือหน้าร้อน & COLORFUL SUMMER FEST" และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย

           ในห้วงเดือนเมษายนนี้ มีงานประเพณีสงกรานต์หรือปี๋ใหม่เมืองชาวเหนือนับได้ว่าเป็นงานประเพณีพื้นเมืองที่สนุกสนานรื่นเริงในรอบปี และได้รับความสนใจจากทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ สามารถสะท้อนอัตลักษณ์ ประเพณี และวัฒนธรรมไทยสู่สายตาสากล อีกทั้งยังเป็นหนึ่งใน Soft Power ที่รัฐบาลไทยต้องการนำเสนอสู่สายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก ซึ่งทางองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรม แห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ประกาศขึ้นทะเบียน "สงกรานต์ในประเทศไทย" เป็นมรดกโลกวัฒนธรรมของมนุษยชาติ ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2566 เป็นประเพณีที่ทรงคุณค่าที่ขอเชิญชวนชาวไทยทุกท่านร่วมกันอนุรักษ์รักษาไว้

             และในช่วงเทศกาลสงกรานต์เดือนเมษายนปีนี้ รัฐบาลได้ยกระดับประเพณีสงกรานต์ของไทยสู่ระดับสากลต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โดยมีการจัดกิจกรรมสงกรานต์ตลอดทั้งเดือนเมษายน2568 เพื่อให้นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติสามารถเลือกสถานที่เล่นน้ำได้หลากหลาย และดึงดูดให้พักค้างในประเทศไทยให้นานขึ้น โดยกำหนดจัดงาน "มหาสงกรานต์ เวิลด์ วอเตอร์ เฟสติวัล 2025" อย่างยิ่งใหญ่ ณ ท้องสนามหลวง กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่  11-15 เมษายน 2568  และกระจายการจัดงานประเพณีสงกรานต์ไปยัง 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ

             ในส่วนของภูมิภาคภาคเหนือ ททท. สำนักงานภาคเหนือร่วมกับภาครัฐและเอกชน จะจัดงาน "มหาสงกรานต์ & ปีใหม่เมือง 2568" อย่างยิ่งใหญ่เช่นเดียวกัน ในพื้นที  17 จังหวัดภาคเหนือ ตั้งแต่วันที่ 1 -30 เมษายน 2568  โดยเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาสัมผัสกับมนต์เสน่ห์ของประเพณีสงกรานต์ หรือปี๋ใหม่เมืองของชาวเหนือที่ยึดถือปฏิบัติสืบเนื่องกันมาแต่โบราณ  มีกิจกรรมตามขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวเหนือต่างๆ มากมายให้ทุกท่านได้มีส่วนร่วม อาทิเช่น การทำบุญไหว้พระสรงน้ำพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์, การปักตุงก่อเจดีย์ทรายเสริมสิริมงคล,  รดน้ำ-ขอพรแสดงความเคารพผู้ใหญ่ที่นับถือ, การปล่อยนกปล่อยปลาทำบุญเพื่อแสดงความกรุณาต่อสัตว์, ชมขบวนแห่สงกรานต์ที่มีการตกแต่งขบวนด้วยดอกไม้และเครื่องประดับจากวัสดุธรรมชาติ, อิ่มอร่อยกับอาหารพื้นเมืองเลิศรสเอกลักษณ์ของชาวเหนือ, ตื่นตาตื่นใจกับชมการแสดงจากกลุ่มศิลปินท้องถิ่น และการเต้นรำ, สนุกสนานไปกับการรดน้ำสาดน้ำเล่นสงกรานต์และเดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่ท่องเที่ยวครายร้อนต่างๆ เพื่อไปพักผ่อนหย่อนใจในช่วงวันหยุดยาว ทั้งในช่วงที่มีกิจกรรมตามประเพณีประจำปีระหว่างวันที่ 13-15 เมษายน 2568 และตลอดทั้งเดือนเมษายน 2568

            เพื่อเป็นการสืบสานงานประเพณีและวัฒนธรรมของไทยและกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดเชียงรายและจังหวัดพะเยามากยิ่งขึ้น สร้างรายได้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ หน่วยงานภาครัฐและเอกชนได้ร่วมกันจัดกิจกรรมและงานประเพณีต่างๆ มากมาย เชิญชวนนักท่องเที่ยวมาสัมผัสกับมนต์เสน่ห์ของชาวเมืองเหนือ ในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2568 ดังนี้

            จังหวัดเชียงราย  ททท.สำนักงานเชียงราย ได้ร่วมกับวัดกลางเวียง  จัดกิจกรรม "สงกรานต์ตานตุง กลางเวียงเชียงราย" ระหว่างวันที่   1 - 30 เมษายน 2568 ณ วัดกลางเวียง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย เชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสงานประเพณีปี๋ใหม่เมืองเชียงรายสุดพิเศษตลอดทั้งเดือนเมษายน กับกิจกรรมทำบุญไหว้พระขอพร, สรงน้ำพระเจ้าฝนแสนห่า, กิจกรรมปักตุง 12 นักษัตร, สักการะและสรงน้ำเสาหลักเมืองเชียงราย  ในส่วนงานประเพณีสงกรานต์และกิจกรรมอื่นๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อ กำหนดจัดงานอีกมากมายตลอดทั้งเดือน ในพื้นที่อำเภอเมืองจังหวัดเชียงราย เทศบาลนครเชียงรายกำหนดจัด “ป๋าเวณีปีใหม่เมือง ประจำปี 2568” ณ บริเวณลานรำวงถนนคนม่วนนครเชียงราย, งานสงกรานต์สันโค้งถนนคนเล่นน้ำ ณ บริเวณถนนสันโค้งน้อย ในระหว่างวันที่ 12-16 เมษายน 2568 และศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่าจังหวัดเชียงราย จัดงาน “Chiangrai Songkran Festival 2025” ระหว่างวันที่ 13-15, 19 เมษายน2568 ณ ลานกาสะลองศูนย์การค้าเซ็นทรัลจังหวัดเชียงราย  ในพื้นที่นอกเมือง  อำเภอเชียงของ จัดงาน “ประเพณีมหาสงกรานต์อำเภอเชียงของประจำปี 2568” ในวันที่ 13 เมษายน 2568 ณ ลานข่วงวัฒนธรรมเมืองเชียงของ อ.เชียงของ จังหวัดเชียงราย , อำเภอเชียงแสนร่วมกับเทศบาลตำบลเวียงเชียงแสน จัดงาน “ประเพณีสงกราต์เมืองเชียงแสนประจำปี 2568” ในวันที่ 12 ,16-18 เมษายน 2568 ณ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเชียงแสน จ.เชียงราย, อำเภอป่าแดดโดยหมู่บ้านท่องเที่ยวชุมชนโป่งศรีนคร จัดงาน”ประเพณีสงกรานต์ปี๋ใหม่เมือง ตำบลโฮงจ้าง2568” วันที่ 19-20 เมษายน 2568 ณ บริเวณลานกิจกรรมสระน้ำบ้านโป่งศรีนคร และ ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2568 สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย จัดงาน “PANDKON-ROMYEN TO DOICHANG TRAIL ในวันที่ 3-4 พฤษภาคม 2568 ณ บ้านปางขอน อ.เมือง จ.เชียงราย, วัดกลางเวียง จัดงาน”ประเพณีเดือน 8 เช้า เดือน 9 ออก ใส่ขันดอกเสาสะดือเมืองเชียงราย”ระหว่างวันที่ 23-29 พฤษภาคม 2568 ณ วัดกลางเวียง อ.เมือง จ.เชียงราย

             จังหวัดพะเยา ททท.สำนักงานเชียงรายและศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวจังหวัดพะเยา(ททท.) ร่วมกับวัดศรีโคมคำ พระอารามหลวง จัดกิจกรรม “สงกรานต์ตานตุง ไหว้สาบูชาพระเจ้าตนหลวง” ขึ้น ในระหว่างวันที่ 1-30 เมษายน 2568 ณ วัดศรีโคมคำ พระอารามหลวง อ.เมือง จังหวัดพะเยา จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกท่านมาร่วมทำบุญไหว้พระขอพร และสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ มีกิจกรรมภายในงานมากมาย อาทิเช่น สรงน้ำองค์พระเจ้าตนหลวง, แขวนตุงวันเกิดบูชาไหว้สาพระเจ้าตนหลวง ๑,๐๐๐ ผืน บริเวณด้านหน้าวิหารหลวง, ร่วมกิจกรรมขนทรายเข้าวัด, ปักตุงเจดีย์ทรายสุดส้าว และเจดีย์ทรายประจำปีเกิด 12 นักษัตร  และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการประดิษฐ์ ตานตุง (ตุงบูชา) เพื่อเป็นพุทธบูชาไหว้พระขอพร พระเจ้าตนหลวง พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์สำคัญของจังหวัดพะเยา โดยชาวพะเยาและชาวล้านนาเชื่อว่า การปักตุงและการไหว้บูชาพระเจ้าตนหลวงจะช่วยเสริมสิริมงคลให้กับชีวิต  นอกจากนี้ ในพื้นที่อำเภอเมืองจังหวัดพะเยา จัดงาน “คอนเสิร์ตสงกรานต์ เมืองกว๊านพะเยา” (ATLANTIS PHAYAO SONGKARN FESTIVAL 2025)ระหว่างวันที่ 13-15 เมษายน 2568 ณ ลานอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง อ.เมือง จ.พะเยา โดยมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า , ในอำเภอดอกคำใต้ เทศบาลเมืองดอกคำใต้ จัดงาน”ประเพณีสงกรานต์ฮ่องจ้างมหานทีป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองดอกคำใต้”ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 12-13 เมษายน 2568 ณ ลานวัฒนธรรมลำน้ำร่องช้าง อ.ดอกคำใต้  และ องค์การบริหารส่วนตำบลสระ อ.เชียงม่วน จัดงาน“ประเพณีสงกรานต์ตานตุงไทยลื้อท่าฟ้าใต้” ในวันที่ 13 เมษายน 2568 ณ โบราณสถานวัดท่าฟ้าใต้ อ.เชียงม่วนจังหวัดพะเยา, “ประเพณีงานปู่จาพญาลอ” วันที่ 9 เมษายน 2568 ณ ลานอนุสาวรีย์องค์เจ้าพญาลอ วัดศรีปิงเมือง อ.จุน โดยเทศบาลตำบลเวียงลอ และในช่วงเดือนพฤษภาคม 2568 นี้ มีงาน”ประเพณีแปดเป็งไหว้สาพะเจ้าตนหลวง ฉลองครบรอง 534 ปี” ณ บริเวณด้านหน้าวัดศรีโคมคำ อ.เมือง จ.พะเยา, “งานประเพณีเวียนเทียนทางน้ำกลางกว๊านพะเยาเนื่องในวันวิสาขบูชา ครั้งที่ 54 “ วันที่ 11 พฤษภาคม 2568 ณ บริเวณท่าเรือ/วัดติโลกอาราม และ “งานลิ้นจี่แม่ใจ จังหวัดพะเยาและมหกรรมอาหารประจำปี 2568” ระหว่างวันที่ 16-25 พฤษภาคม 2568 ณ ตลาดสดบีบี ต.ศรีถ้อย อ.แม่ใจ อ.แม่ใจ จ.พะเยา

  

              ททท.สำนักงานเชียงราย จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกท่าน เดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดเชียงราย-พะเยา เพื่อสืบสานงานประเพณีสงกรานต์ ปี๋ใหม่เมืองเชียงราย-พะเยา ตลอดเดือนเมษายน 2568 และร่วมกิจกรรมงานประเพณีต่างๆ ในช่วงพฤษภาคม 2568 นี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากหน่วยงานจัดงานประเพณีในตารางแนบท้ายนี้ และ ททท.สำนักงานเชียงราย โทร. 0 5371 7433, 0 5374 4674-5 , ศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวจังหวัดพะเยา (ททท.) โทร. 054 430400, 054-430401หรือ TAT Call Center โทร. 1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย ค้นหาแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดเขียงรายได้ที่เว็บไซต์ www.tourismchiangrai-phayao.com,   เพจ Facebook : ททท.สำนักงานเชียงราย, เพจ Facebook : ศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวจังหวัดพะเยา (ททท.)

Facebook : ททท.เชียงราย   Facebook: ศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวจังหวัดพะเยา www.tourismchiangrai-phayao.com   

วันพุธที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2568

โอกาสเฟอร์นิเจอร์ไทยสู่ตลาดโลก ฟังเทรนด์และทิศทางตลาด Hospitality

โอกาสเฟอร์นิเจอร์ไทยสู่ตลาดโลก

ฟังเทรนด์และทิศทางตลาด Hospitality 

โดยผู้เชี่ยวชาญรับเชิญจากอิตาลี Matteo Ragni

          “STYLE Bangkok 2025” กลับมาแล้ว ในการเป็นศูนย์รวมเทรนด์สินค้าไลฟ์สไตล์ และสร้างแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ให้กับผู้ประกอบการ นักออกแบบ ผู้ซื้อ และผู้ที่สนใจจากทั่วโลก ด้วยสินค้าจากผู้ประกอบการกว่า 400 ราย ร่วม 700 คูหา พร้อมไฮไลต์ที่น่าสนใจอีกมากมาย โดยในปีนี้ ได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญชื่อดังชาวอิตาเลียนมาบรรยายในช่วงสัมมนาพิเศษถึงเทรนด์และโอกาสเฟอร์นิเจอร์ไทยในตลาดโลก ในวันศุกร์ที่ 4 เมษายน 2568 ผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมฟรี 

            กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยเชิญชวนเข้าร่วมกิจกรรมสัมมนาในหัวข้อ  “New Trends in Contemporary Design: Opportunities and Insights for Thai Entrepreneurs in a Global Market” โดย Mr. Matteo Ragni ดีไซเนอร์ผู้เชี่ยวชาญชาวอิตาเลียน จัดที่เวทีกลาง ฮอลล์ 1 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เวลา 10.30-12.00 น. 

           Mr. Matteo Ragni คร่ำหวอดอยู่ในแวดวงการออกแบบมากว่า 20 ปี เป็นหนึ่งในผู้ที่มีอายุน้อยที่สุดที่ได้รับรางวัล Compasso d’Oro Award ในวัย 29 ปี  ทำงานเป็นทั้งดีไซเนอร์และครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ในเวลาเดียวกัน โดยตั้งคำถามต่อประเด็นของฟังก์ชั่นกับความเป็นนวัตกรรม ปัจจุบันได้ไปบรรยายความรู้ ณ ที่ต่างๆหลายแห่งทั่วโลก

           Mr. Matteo เป็นที่ปรึกษาโครงการ Host & Home ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ในการพัฒนาสินค้า และเจาะตลาด Hospitality ในอิตาลีและในยุโรป ซึ่งเป็นตลาดเป้าหมายที่มีศักยภาพและมีชื่อเสียงที่ดีในกลุ่มธุรกิจ โรงแรมและที่พักอาศัย โดยนำผู้ประกอบการไทย กลุ่มสินค้าเฟอร์นิเจอร์ กลุ่มสินค้าตกแต่งบ้านและโรงแรม และกลุ่มเคหะสิ่งทอ เข้าร่วมพัฒนาสินค้าเชิงลึกกับผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งที่ผ่านมาได้นำผู้ประกอบการไปจัดแสดงยังงาน Salone Del Mobile ซึ่งเป็นแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์ ของใช้ ของตกแต่งบ้านระดับโลก ที่จัดคู่ขนานไปกับงาน Milan Design Week ทั้งสองงาน เป็นเทศกาลที่มีชื่อเสียงด้านการนำเสนอสินค้าที่เน้นการออกแบบและความคิดสร้างสรรค์จากทั่วโลก รวมถึงการนำเสนอนวัตกรรม เทคโนโลยีที่ทันสมัยสำหรับการออกแบบสินค้าไลฟ์สไตล์ รวมทั้งสินค้าเพื่ออนาคต โครงการ Host & Home เป็นโครงการต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2558 ซึ่งที่ผ่านมามีผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมโครงการ และได้รับการพัฒนาสินค้าตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญแล้วมากมาย 

         สินค้าไทยได้รับการตอบรับจากผู้จัดจำหน่าย รีสอร์ต โรงแรม นักออกแบบ ธุรกิจเรือยอร์ช ฯลฯ เป็นอย่างดี รวมถึงมียอดสั่งซื้อภายใน 1 ปีหลายสิบล้านบาท  เนื่องด้วยสินค้าไทยมีเอกลักษณ์ ดีไซน์ทันสมัย สินค้ามีความหลากหลาย และสามารถใช้งานได้จริง มีการนำเอาวัสดุที่เหลือใช้นำกลับมาใช้ใหม่ ให้ความสำคัญกับวัสดุที่ใช้ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม มุ่งสู่ความยั่งยืนตามแนวโน้มเรื่อง Sustainability ที่ตลาดยุโรปให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก

           อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนการส่งออกคิดเป็นร้อยละ 70 ของการผลิตเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมด เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมของไทยที่น่าจับตามอง เนื่องจากยังคงมีโอกาสเติบโตอีกมากตามการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และยังมีความเกี่ยวเนื่องกับหลายภาคส่วน อาทิ อุตสาหกรรมไม้ อุตสาหกรรมสิ่งทอ อุตสาหกรรมพลาสติก ฯลฯ ซึ่งจะช่วยสร้างผลกระทบเชิงบวกในอุตสาหกรรมอื่น ๆ ต่อไป ทั้งนี้ แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ของโลก อาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์มากขึ้น

            มาร่วมอัพเดทเทรนด์และโอกาสของเฟอร์นิเจอร์ไทยในตลาดยุโรปและในตลาดโลก ในสัมมนาพิเศษ “New Trends in Contemporary Design : Opportunities and Insights for Thai Entrepreneurs in a Global Market” โดย Mr. Matteo Ragni ในงาน “STYLE Bangkok 2025” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-6 เมษายน 2568 สำรองที่นั่งสัมมนาฟรี ที่ https://forms.gle/11udo1D5gZB12jfL9 หรือชมรายละเอียดเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ www.stylebangkokfair.com 


                                                                                                             



วันจันทร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2568

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เผยทิศทางอุตสาหกรรมไลฟ์สไตล์และแฟชั่นไทยสดใส พร้อมใช้ STYLE Bangkok 2025 เป็นเวทีแสดงศักยภาพและขยายตลาดต่างประเทศ

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

เผยทิศทางอุตสาหกรรมไลฟ์สไตล์และแฟชั่นไทยสดใส

พร้อมใช้ STYLE Bangkok 2025 เป็นเวทีแสดงศักยภาพและขยายตลาดต่างประเทศ

       

       กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ผู้จัดงาน STYLE Bangkok 2025 และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ผู้ร่วมจัดงานฯ เผยตัวเลขส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นไทยในปี 2567 พุ่งทะลุ 9,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง พร้อมใช้งานแสดงสินค้า “STYLE Bangkok 2025” เป็นทั้งเวทีแสดงศักยภาพผู้ประกอบการ ผู้ส่งออกไทย และเครื่องมือกระตุ้นมูลค่าส่งออกและขยายตลาดต่างประเทศ


    นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า สินค้าแฟชั่นกับไลฟ์สไตล์เป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคทั่วโลก โดยในปี 2567  ไทยส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นคิดเป็นมูลค่ากว่า 9,744.22 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยสินค้าไลฟ์สไตล์ส่งออกขยายตัว +6.97% สินค้าแฟชั่นส่งออกขยายตัว +2.86% ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ ผู้ผลิต และผู้ส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นของไทย รวมถึงนักออกแบบไทย มีศักยภาพและจุดแข็งที่การออกแบบอย่างสร้างสรรค์ และมีการผลิตที่มีคุณภาพมาตรฐานสากล โดยกรมฯ มุ่งหวังที่จะผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและการส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นในภูมิภาคอาเซียน


     ด้านนายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้ร่วมแสดงทรรศนะเกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศและผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นของไทยว่า หลังสหรัฐอเมริกามีการปรับเปลี่ยน นโยบายต่างประเทศในรัฐบาลทรัมป์ 2.0 ซึ่งมีการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากเม็กซิโก แคนาดา และจีน ทำให้จีนต้องขยายฐานการผลิตและการลงทุนมายังอาเซียน ซึ่งแน่นอนว่าส่วนหนึ่งย้ายฐานการผลิตมาที่ไทย จนด้านการผลิตโดยเฉพาะเรื่องแฟชั่น มีการนำเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาช่วยในการออกแบบ เสริมด้วยการที่รัฐบาลไทย ทำงานเชิงรุกร่วมกับภาคเอกชน ซึ่งจะส่งผลดีกับประเทศอย่างมาก


    “คนไทยมี DNA ในเรื่องดีไซน์อยู่แล้ว การส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ของรัฐบาลเป็นสิ่งที่มาถูกทาง การสร้างโอกาสและเวทีให้กับดีไซเนอร์ ผู้ประกอบการ SMEs ไทย  และคนรุ่นใหม่เป็นสิ่งที่สำคัญ ขณะเดียวกัน อย่ามองข้ามนักออกแบบและดีไซเนอร์ไทยที่ไปสร้างชื่อเรื่องอินทีเรียดีไซน์ในต่างประเทศ ควรจับมือมาเป็นภาคีเครือข่ายและช่วยกันพัฒนานักออกแบบไทยต่อไป การจัดงานในครั้งนี้ สภาหอการค้าฯ ให้ความร่วมมือในการจัดงานทุกด้าน ทั้งการเชิญชวนสมาชิก เชิญภาคีที่มีเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ โดยเราทำงานควบคู่กับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด”

     นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวทิ้งท้ายถึงเป้าหมายการจัดงาน STYLE Bangkok 2025 ว่า “กรมฯ ตั้งเป้ามูลค่าซื้อขายภายในงานที่ 1,600 ล้านบาท และคาดการณ์ว่าจะผู้เข้าชมงานไม่ต่ำกว่า 25,000 ราย ภายในงานมีผู้ประกอบการมาร่วมจัดแสดงตั้งแต่ไซส์ Micro SMEs จนถึงผู้ประกอบการระดับใหญ่ เป็นงานที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการทุกระดับ รวมถึงผู้ประกอบการจากนานาชาติด้วย จึงอยากขอเชิญชวนมาร่วมชมศักยภาพและให้กำลังใจผู้ส่งออกและดีไซเนอร์ไทย”

      งาน STYLE Bangkok 2025 จะจัดระหว่างวันที่ 2 - 6 เมษายน 2568 ณ ฮอลล์ 1 - 3 ชั้น G ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยเปิดเป็นวันเจรจาธุรกิจ ระหว่างวันพุธที่ 2 – วันศุกร์ที่ 4 เมษายน 2568 เวลา 10.00 - 18.00 น. และวันจำหน่ายปลีก ระหว่างวันเสาร์ที่ 5 – วันอาทิตย์ที่ 6 เมษายน 2568  เวลา 10.00 - 21.00 น. ผู้สนใจสามารถชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.stylebangkokfair.com Facebook/Instagram/TikTok : Style Bangkok Fair  


                                                                                                                        * 


วันพฤหัสบดีที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2568

ปลดล็อกความยากจน! บ้านหนองเขียว จ.แม่ฮ่องสอน เดินหน้าสู่เกษตรอินทรีย์เพื่อชีวิตที่ดีกว่า

ปลดล็อกความยากจน! บ้านหนองเขียว จ.แม่ฮ่องสอน   

เดินหน้าสู่เกษตรอินทรีย์เพื่อชีวิตที่ดีกว่า

       โครงการแก้ไขปัญหาความยากจนเฉพาะพื้นที่บ้านหนองเขียวและกลุ่มบ้านบริวาร ตำบลห้วยโป่ง อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน กำลังก้าวหน้าอย่างโดดเด่นในการพัฒนาเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวทางของโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวง ดำเนินการโดยสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (สวพส.)โครงการนี้มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนจากการทำเกษตรแบบดั้งเดิม สู่ระบบเกษตรอินทรีย์และพืชเศรษฐกิจที่ให้ผลตอบแทนสูง ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร สร้างรายได้ที่มั่นคง พร้อมทั้งส่งเสริมการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นับเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาเกษตรกรรมบนพื้นที่สูงที่สมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม


       โครงการแก้ไขปัญหาความยากจนเฉพาะพื้นที่บ้านหนองเขียวและกลุ่มบ้านบริวาร จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้รับการดำเนินงานโดย สวพส. ซึ่งเริ่มต้นจากการสำรวจและวิเคราะห์ปัญหาของชุมชน พบว่าประสบปัญหาขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภค บริโภค และการเกษตร รวมถึงขาดองค์ความรู้ด้านเกษตรที่ยั่งยืน ทำให้รายได้ไม่มั่นคงและต้องพึ่งพาการปลูกพืชเชิงเดี่ยวที่มีต้นทุนสูงและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยเหตุนี้ สวพส. จึงร่วมมือกับกรมทรัพยากรน้ำและกรมชลประทานในการจัดหาน้ำสะอาด พร้อมทั้งส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจที่เหมาะสมกับพื้นที่ เช่น ผักอินทรีย์ กาแฟ อะโวคาโด และเสาวรสหวาน แทนการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หรือพืชที่ให้ผลตอบแทนต่ำ โดยมุ่งหวังให้ชุมชนมีรายได้ที่มั่นคงขึ้น ควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อมและสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานรากในระยะยาว

       หนึ่งในความก้าวหน้าสำคัญของกิจกรรมการเพิ่มรายได้ระยะสั้น คือ การพัฒนาเกษตรอินทรีย์ในโรงเรือน จำนวน 30 โรงเรือน บนพื้นที่เพียง 12 ไร่ ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรสูงถึง 2,880,000 บาทต่อปี ในทางกลับกัน หากใช้พื้นที่เดียวกันนี้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จะให้ผลตอบแทนเพียง 72,000 บาทต่อปี และหากต้องการรายได้เท่ากัน เกษตรกรต้องใช้พื้นที่ถึง 480 ไร่ ตัวเลขเหล่านี้เป็นหลักฐานชัดเจนว่า เกษตรอินทรีย์ในโรงเรือนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่า สร้างรายได้ที่มั่นคง ลดความเสี่ยง และยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย


          นายพัลลภ ปัญญา นักวิชาการส่งเสริมและพัฒนา หัวหน้าโครงการแก้ไขปัญหาความยากจนเฉพาะพื้นที่บ้านหนองเขียว และกลุ่มบ้านบริวาร กล่าวว่า การพัฒนาเกษตรกรรมบนพื้นที่สูงตามแนวทางของโครงการหลวง ไม่ได้ช่วยแค่ให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคงเท่านั้น แต่ยังช่วยลดการใช้พื้นที่ ลดการเผา และลดปัญหาหมอกควันในพื้นที่อีกด้วยที่สำคัญคือ เกษตรกรมีทางเลือกในการทำอาชีพมากขึ้น โดยมีทั้งพืชระยะสั้น อย่างผักอินทรีย์ที่ปลูกในโรงเรือน พืชระยะกลาง เช่น เสาวรสหวาน และถั่วลายเสือ ส่วนพืชระยะยาวก็มีอะโวคาโด กาแฟอราบิก้า และแมคคาเดเมีย ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลดีหลายด้าน ในแง่เศรษฐกิจ เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคงและต่อเนื่อง ในแง่สังคม ก็เกิดการรวมกลุ่มกัน ทั้งในและนอกภาคเกษตร โดยมีคนในชุมชนเป็นผู้บริหารจัดการ และในแง่สิ่งแวดล้อม การปลูกไม้ผลและกาแฟที่ใช้พื้นที่น้อย ทำให้มีพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้นอีกด้วย

        นายบรมัติ ทิพกนก ผู้อำนวยการกลุ่มตรวจการณ์สหกรณ์ สำนักงานสหกรณ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวเพิ่มเติมว่า สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง(องค์การมหาชน) ได้ร่วมกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ โดยสำนักงานสหกรณ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน ดำเนินการจัดตั้งกลุ่มเตรียมสหกรณ์พัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงหนองเขียว จำกัด เพื่อรวมกลุ่มเกษตรกรในโครงการได้มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการด้านปัจจัยการผลิตและวัสดุอุปกรณ์การเกษตร บริหารจัดการด้านการตลาด โดยการรวบรวมผลผลิตทางการเกษตรออกสู่ตลาด ทั้งตลาดตามข้อตกลงและตลาดออนไลน์ ทั้งในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนความมั่นคงทางอาหารของจังหวัดแม่ฮ่องสอน และกระจายออกสู่ตลาดต่างจังหวัด อีกทั้งได้ส่งเสริมสนับสนุนในการออมทรัพย์ของเกษตรกรสมาชิก รวมถึงการผลักดันให้เกษตรกรสมาชิกมีส่วนร่วมในทุกมิติ

          นางสาวรวีวรรณ ชลธารเสาวรส ประธานกลุ่มผู้ปลูกผักอินทรีย์บ้านหนองเขียว กล่าวว่า ระบบการจัดการภายในกลุ่มเกษตรกรได้รับการออกแบบให้มีความชัดเจนและมีประสิทธิภาพ โดยเกษตรกรแต่ละคนมีหน้าที่เฉพาะ ตั้งแต่การตัด คัดเลือก ซึ่งขั้นตอนการแพ็คบรรจุผลิตภัณฑ์มีการระบุชื่อเกษตรกร ชนิดของผักที่ปลูก พื้นที่เพาะปลูก และน้ำหนักของผลผลิต เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ นอกจากนี้ การบริหารจัดการแบบรวมกลุ่มยังช่วยให้สมาชิกสามารถแบ่งปันองค์ความรู้และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันในตลาดได้มากขึ้น ส่งผลให้เกษตรกรในชุมชนมีรายได้ที่มั่นคง และคุณภาพชีวิตของครอบครัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง


         การปรับใช้แนวทางโครงการหลวงมาเป็นแนวทางในการพัฒนาที่บ้านหนองเขียวช่วยให้เกษตรกรเปลี่ยนจากพืชเชิงเดี่ยวมาเป็นเกษตรที่ใช้พื้นที่น้อยแต่ให้ผลตอบแทนสูง ลดการเผา และแก้ปัญหาหมอกควันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความสำเร็จนี้เกิดจากการสนับสนุนของจังหวัดแม่ฮ่องสอนและหน่วยงานที่ร่วมบูรณาการ ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น เช่น ถนน สัญญาณสื่อสาร ระบบไฟฟ้า และคุณภาพดิน-น้ำ พร้อมขยายองค์ความรู้ไปยังพื้นที่สูงอื่น ๆ เพื่อสร้างระบบเกษตรที่ยั่งยืน เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรบนพื้นที่สูงในระยะยาว



วันพุธที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

นักศึกษา สจล.โชว์นวัตกรรมสุดล้ำคว้ารางวัลระดับประเทศ ช่วยแก้ปัญหามลพิษทางน้ำ

นักศึกษา สจล.โชว์นวัตกรรมสุดล้ำคว้ารางวัลระดับประเทศ ช่วยแก้ปัญหามลพิษทางน้ำ

       สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ภาคภูมิใจที่ได้สร้างเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยให้พัฒนาต่อไปในอนาคต


       สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ขอแสดงความยินดีกับนักศึกษาของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ที่ได้รับรางวัลเหรียญทองรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จากการประกวดโครงการสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม  "I -New Gen  Award 2025" ภายในงาน "วันนักประดิษฐ์ 2568 (Thailand inventors' day 2025) เป็นผลงานที่ได้รับรางวัลระดับอุดมศึกษากลุ่มเรื่องพลังงานวัสดุและเคมีชีวภาพ โดยผลงานที่ได้รับรางวัลคือ "ทุ่นดักจับคราบน้ำมันประสิทธิภาพสูงด้วยเทคโนโลยีซุปเปอร์ไฮโดรโฟบิคเมมเบรน" ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ช่วยแก้ปัญหามลพิษทางน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

         ผู้สนใจสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก https://www.facebook.com/share/p/161Z9bEPmu/?mibextid=wwXIfr    

https://www.instagram.com/p/DFzQ883T4jQ/?igsh=aWc2djVxNXUyb3dk

ติดตามความเคลื่อนไหวได้ทาง https://www.facebook.com/kmitlofficial  และเว็บไซต์ https://www.kmitl.ac.th  หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-329-8000


มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมงานแถลงข่าวการประกวดเยาวชนต้นแบบด้านมารยาทไทย และมารยาทในสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมงานแถลงข่าวการประกวดเยาวชนต้นแบบด้านมารยาทไทย และมารยาทในสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 

ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย กรุงเทพฯ


         มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และประธานอนุกรรมการบริหารกองทุน ดร.อุเทน เตชะไพบูลย์ พร้อมด้วย นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการมูลนิธิฯ นางสาวพิมพ์ณภัท สุนทรฐิติวงษ์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กรมูลนิธิฯ และคณะมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ร่วมงานแถลงข่าวการประกวดเยาวชนต้นแบบด้านมารยาทไทย และมารยาทในสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี โดย กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับ กองทุน ดร.อุเทน เตชะไพบูลย์ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ผู้ว่าราชการจังหวัด และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดทั่วประเทศ โดยมี นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธี  พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม และเครือข่ายสถานศึกษาต่าง ๆ ร่วมพิธี  ณ ห้องประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย กรุงเทพฯ เมื่อวันพุธที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568


          การประกวดเยาวชนต้นแบบด้านมารยาทไทย และมารยาทในสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีวัตถุประสงค์เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 70 พรรษา วันที่ 2 เมษายน 2568 และเพื่อกระตุ้นให้เด็ก เยาวชน และประชาชน เห็นคุณค่าความสำคัญของอัตลักษณ์ไทยในเรื่องมารยาทไทย มารยาทในสังคม และสามารถนำไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน ซึ่งถือได้ว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี นับเป็นจุดเริ่มต้นขวบปีแรกที่กระทรวงวัฒนธรรมได้จัดการประกวดเยาวชนต้นแบบด้านมารยาทไทย และมารยาทในสังคมขึ้น เพื่อรณรงค์ สร้างกระแสและความตระหนักในการสืบสานและสืบทอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมด้านมารยาทไทย

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมงานสาธารณกุศลมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ เว็บไซต์ www.pohtecktung.org และ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

## ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ##

#สายด่วนและแอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 

#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

วันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

พิธีเจริญพระพุทธมนต์บูชาดาวนพเคราะห์ประจำปี 2568 ณ วัดอุภัยราชบำรุง

พิธีเจริญพระพุทธมนต์บูชาดาวนพเคราะห์ประจำปี 2568

ณ วัดอุภัยราชบำรุง เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร

      ดร.หม่อมหลวงสราลี กิติยากร พร้อมด้วย นายวุฒิศักดิ์ รัตนสุวรรณ์ ที่ปรึกษานายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  ร่วมเป็นประธานพิธีเจริญพระพุทธมนต์บูชาดาวนพเคราะห์ ประจำปี 2568 ณ วัดอุทัยราชบำรุง แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2568

      โดยพิธีเริ่มจาก ดร.หม่อมหลวงสราลี กิติยากร ประธานในพิธี เปิดกรวยถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี พร้อมด้วยถวายสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรรราชธิดา จากนั้นเจ้าหน้าที่ของวัดได้อัญเชิญแผ่นทองดวงมหาโภคทรัพย์ ให้ ดร.หม่อมหลวงสราลี กิติยากร ประธานในพิธี พร้อมด้วยนายวุฒิศักดิ์ รัตนสุวรรณ์ ที่ปรึกษานายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้อธิษฐานจิต แล้วอัญเชิญไปวางไว้ที่หน้ารูปพระสุวรรณมาตา (พระแม่กิมบ่อเนี่ย) เพื่อรอการอัญเชิญไปบรรจุลงใต้ฐานพระสุวรรณมาตา (พระแม่กิมบ่อเนี่ย) ต่อไป 

วันศุกร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

ททท. เชียงราย และศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวจังหวัดพะเยา ททท. ชวนจิบกาแฟแลภู สุขทันทีที่ผาแดง "Winter of Love" หนาวนี้ที่พะเยา

ททท. เชียงราย และศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวจังหวัดพะเยา ททท. ชวนจิบกาแฟแลภู สุขทันทีที่ผาแดง "Winter of Love" หนาวนี้ที่พะเยา

      กลับมาอีกครั้งกับ ของวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 เริ่ม 08.00 น. เป็นต้นไป ณ ลานเอนกประสงค์บ้านผาแดง ต.ศรีถ้อย อ.แม่ใจ จ.พะเยา

      งานที่จะพาคุณไปสัมผัสรสชาติกาแฟสด พร้อมกิจกรรมมากมายให้ได้เพลิดเพลิน อาทิ

- กิจกรรม Work Shop ผ้าปักเมี่ยนและกาแฟพะเยา

- นั่งฟังดนตรีสด ในโซนกิจกรรม MUSIC LOVER

- ชิมกาแฟและชา ในโซน Coffee & Tea Testing

- กิจกรรมทดลองดริปกาแฟและเรียนรู้วิถีกาแฟของราษฎรบนพื้นที่สูง

- เลือกซื้อผลิตภัณฑ์และของที่ระลึกจากราษฎรบนพื้นที่สูง ทั้งชา กาแฟสด และอาหารชาติพันธ์

- สัมผัสวัฒนธรรมชนเผ่าเมี่ยน พร้อมชมการแสดงพื้นเมือง

         อย่างลืมตัว! อย่าพลาด! หนาวนี้...จิบกาแฟแลภู สุขทันทีที่ผาแดง "Winter of Love  ใครที่ชอบกาแฟและบรรยากาศดี ๆ มาพบกันที่ บ้านผาแดง วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 นี้

        สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทึ่ 

คุณพิชยนันท์ นามศรี โทร 095-293-9546

ททท. สำนักงานเชียงราย โทร 053-744-6745, 053-717-433 | E-mail: tatchrai@gmail.com

 ศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวจังหวัดพะเยา ททท. โทร 054-430-400 | E-mail: tatphayao@gmail.com

  


วันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

ททท. เดิมเกมส์เร็ว บุกตลาดคุณภาพ ผนึกกำลัง TPC ดึงนักท่องเที่ยวกลุ่ม Highend เสริมศักยภาพการท่องเที่ยวไทย

 ททท. เดิมเกมส์เร็ว บุกตลาดคุณภาพ ผนึกกำลัง TPC 

ดึงนักท่องเที่ยวกลุ่ม Highend เสริมศักยภาพการท่องเที่ยวไทย  

พร้อมส่งมอบประสบการณ์ระดับพรีเมียมผ่าน Thailand Grand Privilege

        นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นประธานการประชุม มอบนโยบาย ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานต่างประเทศ จำนวนกว่า 20 สำนักงาน พร้อมประชุมหารือแนวทางการทำตลาดร่วมกัน โดยมี นายมนาเทศ อันนวัฒน์ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยแลนด์ พริวิลเลจ คาร์ด จำกัด อัพเดทสิทธิประโยชน์และบริการต่างๆ เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568


        โอกาสนี้ นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. ยังได้นำเสนอแผนการทำงานร่วมกับ ททท.ในพื้นที่เป้าหมายใหม่ที่มีศักยภาพ และหารือกับ ททท. สำนักงานต่างประเทศ ถึงวิธีการต่อยอดในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ เพื่อให้ดำเนินงาน ประชาสัมพันธ์ในสื่อต่างๆ ประสานงานกับพันธมิตร และให้ข้อมูลอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวที่สนใจ ซึ่งการประชุมดังกล่าวถือเป็นการอัพเดตสินค้าของทาง บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด และเป็นช่องทางในการเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆให้กับ ททท. สำนักงานต่างประเทศ

          ปัจจุบัน TPC มีจำนวนสมาชิก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 จำนวนรวมทั้งสิ้น 37,667 ราย และประเทศที่มีสมาชิกสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. สาธารณรัฐประชาชนจีน 2. ญี่ปุ่น 3. สหรัฐอเมริกา 4. สหราชอาณาจักร และ 5.ไต้หวัน

#AmazingThailand

#ThailandPrivilegeCard

ททท. แพร่ ร่วมประชุมคัดเลือกสุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ประจำปี ๒๕๖๘

ททท. แพร่ ร่วมประชุมคัดเลือกสุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ประจำปี ๒๕๖๘



       นายคุณากร คชหิรัญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคัดเลือก ๑๐ สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ จังหวัดแพร่ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๘ เพื่อพิจารณาคัดเลือกชุมชนที่มีศักยภาพและความพร้อมด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ในทุกมิติ เป็นตัวแทนของจังหวัด เสนอเข้าร่วมการคัดเลือกสุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ระดับประเทศ



        กระทรวงวัฒนธรรมจัดทำโครงการนี้ขึ้น เพื่อประกาศยกย่อง เชิดชูเกียรติ สร้างขวัญกำลังใจแก่ชุมชนและผู้ให้การสนับสนุน และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายในวงกว้าง เกิดการพัฒนาต่อยอด ปลุกกระแสการท่องเที่ยววิถีชุมชน สร้างโอกาส สร้างรายได้ เสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน โดยมี นางสาวทัศนีย์ ดอนเนตร์ วัฒนธรรมจังหวัดแพร่ เลขานุการและกรรมการ นำเสนอให้ข้อมูล พร้อมด้วย นายอุบลศักดิ์ ขีดสร้อย รองประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดแพร่, นายวีรกานต์ บุญตัน พัฒนาการจังหวัดแพร่, นางสาวนิสา สังข์ศร ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดแพร่, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานแพร่, ประธานกรรมการหอการค้าจังหวัดแพร่, นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแพร่ และผู้แทนส่วนราชการ ร่วมการประชุมพิจารณาคัดเลือกฯ ณ ห้องประชุมช่อแฮศรีเมือง ชั้น ๒ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดแพร่ อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ เมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘

         โดยผลการพิจารณาคัดเลือกฯ จังหวัดจะดำเนินการจัดทำประกาศให้ทราบในโอกาสต่อไป 

#จังหวัดแพร่ #เมืองเเพร่เมืองงาม

#สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดแพร่

# ททท.แพร่

ททท. สำนักงานเชียงราย เชิญชวนนักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยวเชียงราย และพะเยา ในช่วงเดือนเมษายน - พฤษภาคม 2568

ททท. สำนักงานเชียงราย เชิญชวนนักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยวเชียงราย และพะเยา ในช่วงเดือนเมษายน - พฤษภาคม 2568  และร่วมสืบสานงานประเพณีสงกรานต์ ปี...